มด้วยความโกรธจัด ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปน จ้องมองดูศพแห้งกรังทั้งสามที่วางเรียงอยู่กลางห้อง
“หลงเฉิน! ไอ้เด็กนรก! มันกล้า… มันกล้าหยามข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ!”
จ้าวฟางคำรามลั่น เสียงของเขาดังก้องจนคนรับใช้ที่ยืนอยู่รอบๆ ต้องก้มหน้าตัวสั่น
ข้างกายเขา คือ “จ้าวหยิง” ลูกสาวคนเล็กที่ยืนหน้าซีดเผือด นางจำมีดสั้นสนิมเขรอะเล่มนั้นได้แม่นยำ มันคือมีดที่หลงเฉินใช้ข่มขู่นางที่ตลาด
“ท่านพ่อ… ท่านพ่อต้องฆ่ามันนะเจ้าคะ! มันเป็นปีศาจ! ดูสภาพศพพวกนี้สิเจ้าคะ มันดูดเลือดคนจนแห้ง! นี่มันวิชามารชัดๆ!” จ้าวหยิงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
จ้าวฟางสูดหายใจลึก พยายามระงับโทสะ เขาเดินเข้าไปตรวจสอบศพด้วยตัวเอง เมื่อสัมผัสผิวหนังที่แห้งผากและความรู้สึกว่างเปล่าภายในศพ แววตาของเขาก็เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดหวั่นเล็กน้อย
“วิชาดูดโลหิต… แถมยังสังหารยอดฝีมือระดับหลอมรวมขั้นกลางได้โดยไร้ร่องรอยการต่อสู้…” จ้าวฟางพึมพำ “ไอ้เด็กหลงเฉินมันซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ลึกขนาดนี้เชียวรึ? หรือว่าเบื้องหลังมันจะมีจอมยุทธ์ยอดฝีมือคอยหนุนหลัง?”
“ท่านพ่อ! เราจะปล่อยมันไว้ไม่ได้นะขอรับ!” หลี่เฟิง (คู่รักของจ้าวหยิง) ที่ย