ินตั้งแต่หัวจรดเท้า คาดหวังว่าจะเห็นลูกชายในสภาพหวาดกลัวหรือบาดเจ็บจากการถูกกลั่นแกล้งเหมือนทุกครั้ง
แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจของผู้เป็นพ่อกระตุกวูบ
หลงเฉินยืนประสานมือไพล่หลัง สบตาเขาตรงๆ โดยไม่หลบสายตา แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลย มันลึกล้ำ สงบนิ่ง และดู… ‘แก่เรียน’ เกินกว่าเด็กอายุสิบห้า
“เฉินเอ๋อ...” หลงจ้านเอ่ยเสียงอ่อนลง “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าถึงทำรุนแรงเช่นนั้น?”
“ข้าแค่กำจัดขยะที่ขวางหูขวางตา” หลงเฉินตอบเสียงเรียบ “ไอ้หม่าลิ่วมันยักยอกเงินเบี้ยเลี้ยงข้ามานานปี แถมยังกล้าลงมือกับเจ้านาย ข้าแค่สั่งสอนมันเล็กน้อย ถือว่าปรานีมากแล้วที่ยังไว้ชีวิตมัน”
“เจ้าโกหก!” หลิวเหม่ยกรีดร้อง “พ่อบ้านหม่าซื่อสัตย์ภักดี…”
“หุบปาก!” หลงจ้านตวาดลั่นจนหลิวเหม่ยสะดุ้งเฮือก “เรื่องภายในเรือนข้าจะจัดการเอง เจ้าพาทหารกลับไปซะ! อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ!”
หลิวเหม่ยกัดฟันกรอด นางรู้ดีว่าเวลานี้หลงจ้านกำลังโกรธและปกป้องลูกชาย นางจึงได้แต่สะบัดหน้าด้วยความเคียดแค้น “ก็ได้! แต่เรื่องนี้ยังไม่จบแน่!” นางพาองครักษ์เดินจากไป ทิ้งสายตาอาฆาตไว้ที่หลงเฉิน
เมื่อเหลือกันเพียงสองพ่อ