นโยนเป็นมิตรของฝ่ายตรงข้าม พวกมันคล้ายไม่ได้ต้องการชีวิตตนจริงๆ จึงรีบกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเชิญถามเท่าที่ท่านพอใจเถอะ ผู้ต่าต้อยรับประกันว่าไม่กล้าปิดบังแม้แต่ครึ่งคำ”
อาหมานหาใช่เด็กน้อยไม่รู้ความไม่ ซึ่งความจริงมันเจนจัดคร่าโลกไม่น้อย มันแม้ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้มีความเป็นมาอย่างไร แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นบุคคลอันร้ายกาจผู้หนึ่ง ผู้ที่สามารถเดินออกมาจากส่วนลึกของบึงหานหมิงไหนเลยจะอ่อนแอได้?
จากประสบการณ์ของมัน ผู้อาวุโสเหล่านี้ยิ่งมีพลังฝีมือสูงเยี่ยมเท่าใดยิ่งมีนิสัยใจคอประหลาดพิกลเท่านั้น มันต้องระมัดระวังให้มาก
มองดูท่าทีหวาดระแวงและระมัดระวังของบุรุษหนุ่มตรงหน้า จั่วม่อก็ไม่ถือสามากความ เพียงถามอย่างอ่อนโยน “นี่เป็นสถานที่ใด?”
อาหมานงงงันวูบ แต่มันมีไหวพริบปราดเปรียว รีบตอบคำถามทันที“ต้าเหริน ที่นี่เรียกว่าบึงหานหมิง”
“บึงหานหมิง?”
?”
จั่วม่อสังเกตเห็นคำ ‘หมิง3’ ปรากฏขึ้นถึงสองครั้งแล้ว จึงถามว่า “อยู่ในดินแดนแห่งความมืดกระมัง?”
บุรุษหนุ่มรีบผงกศีรษะ “ใช่ขอรับ อยู่ในดินแดนแห่งความมืด!”
จั่วม่อถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกไม่ถึงว่ามันจะมาโผล่ในดินแดนแห่งความมืด ในใจเต็มไปด้วยความยินดี ดินแดนแห่งความมืดแม้เป็นสถานที่สุดลี้ลับ แต่จะอย่างไรยังคงเป็นส่วนหนึ่งของภพปิศาจ ย่อมต้องมีหนทางกลับไปยังม่ออวิ๋นไห่
นึกถึงทุกคนที่ม่ออวิ๋นไห่ จั่วม่ออดลิงโลดยินดีไม่ได้ หลายปีมานี้ตัวมันเองอยู่ในสภาพมิ