อีเจิ้งสีหน้าตึงเครียดระคนหวาดวิตก ไม่กล้าละสายตาจากใบหน้าของจงหยูแม้แต่ชั่วแวบ
รูปลักษณ์ของจงหยูเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง เดิมทีจงหยูแม้หน้าตาพื้นเพธรรมดา แต่มีร่างกายแข็งแรงเปี่ยมพลังเยี่ยงเซียนวรยุทธ์ทั่วไป ทว่าจงหยูหลังจากออกจากด่านเป็นตายร่างกายเปลี่ยนเป็นผ่ายผอม สองแก้มซูบลึก มีเพียงดวงตาที่สุกใสกระจ่างจ้า ราวกับว่าสามารถมองทะลุทุกสรรพสิ่ง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนปราณีอยู่เป็นนิจ
ดอกบัวแดงที่กลางหว่างคิ้วเจิดจรัสดุจเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์
ยามนั้นดรรชนีเหี่ยวแห้งของจงหยูค่อยเคลื่อนห่างจากร่างกายของผู้เป็นศิษย์พี่ของอีเจิ้ง
“จงซือฟู่ ศิษย์พี่ของข้าเป็นอย่างไรบ้าง มีหนทางรักษาหรือไม่?” อีเจิ้งรู้สึกหัวใจแทบกระดอนออกจากทรวงอกได้ทุกเมื่อ
ศิษย์พี่ของอีเจิ้งก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน ในดวงตาทอแววตื่นตระหนกสุดระงับ ซึ่งความจริงนับตั้งแต่พบเห็นจงหยูครั้งแรก มันก็ต้องแตกตื่นตกใจอย่างบอกไม่ถูก ร่างกายผ่ายผอมของผู้อื่นเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการถูกพลังอธิษฐานกัดกร่อนอย่างต่อเนื่อง แต่ดวงตาสุกใสกระจ่างจ้าคู่นั้นคล้ายแทงทะลุเข้าไปในใจมัน
นี่เป็นครั้งแรกที่มันบังเกิดความรู้สึกว่าคนผู้หนึ่งช่างลึกล้าสุดจะหยั่งถึงอย่างแท้จริง
รอจนจงหยูแตะดรรชนีลงบนข้อมือของมัน พลังเทพที่ทั้งนุ่มนวลและบริสุทธิ์สุดขั้วสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามาในร่างอย่างสงบเงียบ บันดาลให้มันรู้สึกสุขสบายและผ่อนคลายอย่างที่ยากจะพบพาน
“ไม่ใช