่ปัญหาใหญ่อันใด” จงหยูแย้มยิ้มอย่างเมตตา สุ้มเสียงแฝงเร้นไปด้วยพลังที่สามารถปลอบโยนจิตใจผู้คน หัวใจที่ร้อนรุ่มของอีเจิ้งสงบลงทันที
อีเจิ้งใบหน้าทอแววลิงโลดยินดี “ข้าทราบอยู่แล้วว่าจงซือฟู่ต้องสามารถรักษาศิษย์พี่จนหายดี!”
จงหยูยิ้มเล็กน้อย ม้วนหยกพลันปรากฏขึ้นในมือ จากนั้นมันยื่นส่งให้แก่ศิษย์พี่ของอีเจิ้ง
“นี่เป็นบันทึกของสิ่งที่ข้าเรียนรู้ในระหว่างปิดด่านฝึกตน รวมทั้งเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพ ขอเพียงเจ้าฝึกปรือตามเคล็ดความในม้วนหยกเจ้าจะทุเลาหายดีในระยะเวลาอันสั้น จิตแห่งเซนของเจ้ากล้าแข็งมั่นคงอย่างที่ยากจะพบพาน จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝีมือของเจ้านับเอนกอนันต์”
จงหยูโบกมือตัดบท “ไม่จำเป็นต้องเกรงอกเกรงใจไป แต่พวกเจ้าไม่อาจแพร่งพรายเคล็ดวิชานี้ให้แก่ผู้อื่น”
ทั้งสองรับคำเสียงหนักแน่น สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
ชั่วครู้ให้หลัง จงหยูพลันเงยหน้าขึ้น เพ่งตามองศิษย์พี่ของอีเจิ้งอย่างลึกซึ้ง พลางกล่าว “ในอีกไม่กี่เดือน อาการบาดเจ็บบอบช้าของเจ้าสมควรเริ่มทุเลาหายดีอยู่หลายส่วน ข้ามีเรื่องหนึ่งคิดสอบถามเจ้า”
อีเจิ้งรีบกล่าวอย่างแข็งขัน “ไม่ว่าเรื่องใด จงซือฟู่แค่บอกมาก็พอ!”
ศิษย์พี่ของอีเจิ้งก็เอ่ยปาก “จงซือฟู่ โปรดบอกมาเถอะ”
“ในม่ออวิ๋นไห่เรา สาขาเซียนวรยุทธ์นับว่าอ่อนแอยิ่ง นอกเหนือจากตัวข้าเอง ก็แทบไม่มีผู้ใดอีกแล้ว” จงหยูกล่าวยิ้ม ๆ “วิถีทางเซียนวรยุทธ์ของข้าลำบากยากเข็ญ มีเพียงหลังจากพบพาน