ช่นนี้ ทว่าศิษย์พี่ของอีเจิ้งกลับกระจ่างใจดี หลังจากขบคิดชั่วครู่ ค่อยตอบว่า “มากคนก็มากความ เป็นเหล่ากเฬวรากกลุ่มหนึ่ง”
?” จงหยูถามเสียงราบเรียบ
ศิษย์พี่ของอีเจิ้งพลันฉุกใจคิด ดวงตากระจ่างวาบ “ม่ออวิ๋นไห่วางแผนที่จะแทรกซึมเข้าไปในเก้ามหานิกายพุทธกระมัง
“มิผิด” จงหยูไม่บ่ายเบี่ยง เรื่องเช่นนี้บอกกล่าวให้ชัดเจนจะดีกว่ามันกล่าวต่อไปว่า “เก้ามหานิกายพุทธในสภาพเช่นนี้ไม่มีทางหยุดยั้งคุนหลุนและเทียนหวนได้ ข้าไม่ทราบว่าวัดมหาพุทธะของพวกเจ้าอยู่ในสถานการณ์ใด แต่หลายสำนักเช่นนิกายซินเยี่ย สมควรถูกฝ่ายตรงข้ามแทรกซึมอย่างสมบูรณ์แล้ว”
ศิษย์พี่ของอีเจิ้งนิ่งเงียบงันไป
“หากคุนหลุนและเทียนหวนพิชิตเก้ามหานิกายพุทธอย่างราบคาบม่ออวิ๋นไห่จะไม่มีปราการขวางกั้นอีกต่อไป นี่เป็นเหตุผลว่าไฉนเราต้องดำเนินแผนการเช่นนี้” จงหยูกล่าวตรง ๆ
“หรือว่าม่ออวิ๋นไห่ไม่ต้องการกลืนกินเก้ามหานิกายพุทธด้วยศิษย์พี่ของอีเจิ้งถามอย่างกะทันหัน
“มิใช่ว่าเราไม่ต้องการ แต่เราไม่สามารถ” จงหยูกล่าวตามความสัตย์“เราต้องการปราการป้องกันมากกว่าอาณาเขตเพิ่มเติม”
“ท่านต้องการเปลี่ยนเก้ามหานิกายพุทธเป็นบึงโคลนเพื่อลากถ่วงคุนหลุนและเทียนหวนใช่หรือไม่?”
?”
“เจ้าสมควรล่วงรู้สถานการณ์ภายในของวัดมหาพุทธะดีกว่าข้า เท่าที่ข้าทราบ ท่ามกลางเก้ามหานิกายพุทธ วัดมหาพุทธะไม่ได้ถูกจัดอยู่ในลำดับสูงส่งเท่าใด สำหรับเจ้านี่เป็นโอกาสอันดี หากเจ้าสามารถช่