ริงผู้ชี้นำการฝึกฝนประจำวันของกองทัพ หาได้จำเป็นต้องใช้แม่ทัพบัญชาการศึกที่แข็งแกร่งอันใด
อย่างไรก็ตาม ชีวิตเอ้อระเหยลอยชายในหลายปีมานี้ นับว่าช่วยขัดเกลาความสามารถในการควบคุมตัวเองของมันไม่น้อย เหลียงเวยถามโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน “พวกมันใช่ไม่มีแม่ทัพบัญชาการศึกคอยชี้นำพวกมันหรือไม่
ใบหน้าหยาบกร้านของเฟ่ยเหลยเค้นเป็นรอยยิ้มเต็มฝืน สั่นศีรษะพลางทอดถอนใจ “หาใช่เช่นนั้นไม่”
มีปัญหาเหมือนที่คาด! เหลียงเวยแสดงทีท่าตั้งอกตั้งใจขึ้นมาทันที
เฟ่ยเหลยอธิบายเสียงแผ่วเบา “สายเลือดของพวกมันเมื่อถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมา ก็ช่วยให้พลังฝีมือของแต่ละคนพุ่งทะยานขึ้นในคราวเดียวการฝึกปรือพลังเทพยิ่งเป็นประโยชน์ต่อพวกมันอย่างใหญ่หลวง หากทว่าการกระตุ้นสายเลือด กลับส่งผลให้บุคลิกที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของพวกมันเริ่มมีอิทธิพลต่อพวกมันด้วย ถึงตอนนี้ เด็กเหล่านี้แต่ละคนล้วนแปลกประหลาดยิ่ง”
“แปลกประหลาด?” เหลียงเวยสีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
เฟ่ยเหลยเหลือบมองเหลียงเวยแวบหนึ่ง ในส่วนลึกของดวงตาทอแววเห็นอกเห็นใจ “มิผิด แปลกประหลาดยิ่ง”
จากนั้นมันสุ่มชี้ไปยังบุรุษหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิเข้าฌานอยู่ตรงมุมห้อง“ยกตัวอย่างเช่นคนผู้นั้น มันเรียกว่าอิงหรง ในแต่ละวันมันจะต้องเข้าฌานสมาธิวันละเจ็ดชั่วยาม โดยไม่มีข้อยกเว้น ระหว่างนั้น หากมีผู้ใดล่วงล้ารัศมีสิบจั้งรอบกายมัน จะถูกโจมตีโดยไม่เลือกหน้า โดยที่มันเองก็ไม่รู้ตัว”
“โ