งความจริงปัญหาของอิงหรงนับว่าไม่เลวร้ายเท่าใด เพราะนอกเหนือจากเจ็ดชั่วยามที่ต้องเข้าฌานสมาธิแล้ว อีกห้าชั่วยามที่เหลือมันจะอยู่ในสภาพปกติธรรมดา” เฟ่ยเหลยกล่าวพลางชี้ไปทางบุรุษร่างใหญ่ที่
เปลือยท่อนบนผู้หนึ่ง “มันเรียกว่ากวนหลง มีสายเลือดมังกรที่หายาก นั่นเป็นเหตุให้มันมักตกอยู่ในสภาพอันคลุ้มคลั่ง หากความกระหายการต่อสู้ของมันถูกกระตุ้นขึ้นมา กวนหรงจะฉีกทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบกายมันเป็นชิ้นๆ การฝึกฝนร่วมกับมันเป็นเรื่องอันตรายมาก”
กวนหรงผู้นี้ร่างสูงตระหง่านดุจหอคอยเหล็ก กล้ามเนื้อปูดโปนแผ่ซ่านแรงกดดันอันยากจะบ่งบอกบรรยายชนิดหนึ่งออกมา ดวงตาสีแดงดุจโลหิตกวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับว่ามันกำลังเสาะหาเหยื่อเคราะห์ร้ายมาเติมเต็มกระเพาะของมัน
เนิ่นนานให้หลัง เหลียงเวยค่อยเอ่ยปากเสียงแหบแห้ง “หรือว่า… …หรือว่าพวกมันทั้งหมดล้วนเป็นเช่นนี้?”
เฟ่ยเหลยพยักหน้ารับ “ผลกำไรมาพร้อมกับความเสี่ยง พวกมันเกิดมาพร้อมกับพลังแห่งสายเลือด แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยงอันตรายติดมาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าสมควรมั่นใจได้ พวกมันทุกคนล้วนเชื่อฟังคำสั่งเท่าชีวิต แน่นอน นั่นต้องเป็นในยามที่พวกมันอยู่ในสภาพปกติ”
บรรดาแม่ทัพบัญชาการศึกที่ร่วมทางมากับเหลียงเวยพากันหน้าเผือดสี ในสายตาของพวกมัน เด็กหนุ่มเด็กสาวเหล่านี้ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายสุดแสนอันตราย ซึ่งพร้อมจะเขมือบกลืนพวกมันลงไปได้ทุกเมื่อ
พวกเราต้องการเป็น