ะปิดบังหูตาของฝ่ายอื่นๆ อย่างสมบูรณ์ ม่ออวิ๋นไห่เต็มไปด้วยสายลับจากทุกฝ่าย แม้ว่าจะทำการกวาดล้างไม่เคยหยุดหย่อน แต่สายลับเหล่านี้ไม่ต่างจากวัชพืชที่งอกเงยไม่หยุดยั้ง ฆ่าทิ้งไปหนึ่งอาจงอกเงยขึ้นมาอีกสิบ
แต่ขอเพียงเรื่องนี้ไม่รั่วไหลเร็วเกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากไป
มองส่งสองปรมาจารย์จนลับตา จั่วม่อหันไปมองชิ้นส่วนยุทธภัณฑ์เทพที่คล้ายกิ่งไม้นั้นโดยไม่รู้ตัว
สองตาทอประกายด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทันใดนั้นอากุ่ยปรากฏขึ้นด้านหลังจั่วม่ออย่างกะทันหัน ราวกับว่านางสัมผัสได้ถึงอารมณ์โศกศัลย์ของมันก็มิปาน
รอยแผลบนใบหน้าอากุ่ยหายดีแล้ว ใบหน้าของนางงดงามสะคราญเหมือนเช่นที่จั่วม่อเคยเห็นในความทรงจำของมัน ทว่าสีหน้าของนางยังคงปราศจากอารมณ์ความรู้สึก รอยสัญลักษณ์ที่กลางหว่างคิ้วแจ่มชัดเป็นพิเศษ
พลังเทพมิดับสูญของนางยิ่งกลับกลายเป็นลึกล้าสุดหยั่งมากกว่าเดิม
“ข้าไม่เป็นไร” จั่วม่อหันไปแย้มยิ้มให้แก่นาง จากนั้นลูบผมนางอย่างอ่อนโยน
ดวงตาว่างเปล่าของอากุ่ยคล้ายนุ่มนวลลง
“ไป ลองไปดูด้วยกัน” จั่วม่อจูงมืออากุ่ยก้าวตรงเข้าไปยังมุมห้องด้านหนึ่ง มุมห้องที่ว่างเปล่านั้นพลันเปล่งแสงเจิดจ้า จั่วม่อกับอากุ่ยหายวับไปในแสงสว่างกลุ่มนั้น
จากนั้นจั่วม่อกลับอากุ่ยปรากฏตัวในห้องลับแห่งหนึ่ง
ในห้องลับนี้เก็บรักษาหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้ สิ่งของหลายชิ้นมีริ้วรอยเสียหาย บ้างเป็นรอยไหม้ บ้างเป็นรอยอาวุธ ล้วนแต่เก่าแก่