หล สุ้มเสียงยังเจือสะอื้น อย่างไรก็ตาม สุ้มเสียงนั้นกลับมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวผิดธรรมดา “เนื่องเพราะมีแต่แข็งแกร่งขึ้น ข้าจึงสามารถปกป้องคุ้มครองนายน้อยได้”
“ที่นี่ปลอดภัยยิ่ง ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าปกป้องคุ้มครองข้า ข้าไม่ชมชอบออกไปข้างนอก” เด็กชายสั่นศีรษะระรัวดุจกลองป๋องแป๋ง
“แล้วหากวันนั้นมาถึงจริง ๆ จะเป็นอย่างไรเล่า?” เด็กสาวเอียงหน้าถาม
“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว!” เด็กชายแสร้งทำท่าเป็นผู้ใหญ่ พลางเคาะศีรษะของเด็กสาวเบา ๆ
“อ๊า!” เด็กสาวกุมศีรษะร้องลั่น
“ยายเฒ่าสอนอะไรเจ้า? ไฉนจึงได้รับบาดเจ็บทุกครั้ง?” เด็กชายแค่นเสียงด้วยโทสะ “นางใช่ทุบตีเจ้าหรือไม่?”
“อย่ากล่าวถึงท่านย่าเช่นนั้น!” เด็กสาวทำแก้มป่องอย่างขุ่นเคือง
“เอาเถอะ เอาเถอะ ข้าไม่พูดแล้ว นางไม่เคยชมชอบข้าเลย” เด็กชายกล่าวอย่างหดหู่อยู่บ้าง
“ท่านย่าเป็นห่วงนายน้อยมาก” เด็กสาวรีบปลอบโยน
“ไม่ ข้ารู้ นางไม่ชอบข้า” เด็กชายรำพึงเสียงเบา “เนื่องเพราะนางไม่ชมชอบมารดาข้า ข้าทราบดี”
“ถูกของเจ้า” สุ้มเสียงเย็นเยือกดังมาจากเบื้องหลัง หญิงชราสีหน้าไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาทอประกายชิงชังวูบ
กิ่งไม้หวดฟาดใส่ใบหน้าของมันไม่ขาดสาย เจ็บปวดจนน้าตาแทบร่วง แต่เด็กน้อยกัดฟันทน อากุ่ยแบกมันขึ้นหลัง วิ่งหนีติดต่อกันหลายต่อหลายวัน หลายวันเสียจนมันลืมนับไปแล้ว
ในที่สุดเท้าของอากุ่ยก็สะดุด
ปัง
มันพลัดตกจากแผ่นหลังของนาง ศีรษะฟาดพื้นจนหัวหมุนมึนงง
โลหิตสายหนึ่