งไหลปรี่ลงมาจากมุมปากของอากุ่ย นางคืบคลานเข้ามาหามัน กล่าวเสียงสะอื้น “นายน้อย นายน้อย ท่านเจ็บหรือไม่?”
มันพยายามเค้นรอยยิ้มไม่นำพา “ไม่ไม่ไม่ ข้าไม่เป็นไร!“
“นายน้อย ข้าช่างใช้การไม่ได้!” อากุ่ยเม้มปากแน่น ในดวงตาคู่สวยเอ่อท้นไปด้วยน้าตา
“เป็นนายน้อยต่างหากที่ใช้การไม่ได้” มันเอื้อมมือออกไปลูบผมของอากุ่ยเหมือนยามปกติ “กุ่ยกุ่ย เจ้าไปเถอะ”
“ไม่ได้!” อากุ่ยสั่นศีรษะอย่างดื้อดึง
มันทอดถอนอย่างอ่อนล้า “พวกมันใช้เวทวิชาลับทิ้งร่อยรอยไว้ในจิตวิญญาณของข้า ต่อให้เราหลบหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ก็ไม่อาจหนีพวกมันพ้น”
“ไม่!” อากุ่ยนิ่งงัน จากนั้นกรีดร้องปานจะขาดใจ น้าตาสองสายไหลอาบแก้ม
มันเค้นรอยยิ้ม ลูบศีรษะอากุ่ยอย่างทนุถนอม “หนีไป กุ่ยกุ่ย จงมีชีวิตอยู่แทนข้าด้วย”
อากุ่ยใช้มือที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนของนางปาดเช็ดน้าตา แล้วพลันลุกขึ้นแบกมันไว้บนแผ่นหลัง เริ่มวิ่งอย่างบ้าคลั่งโดยไม่เอ่ยคำใด
“กุ่ยกุ่ย ไม่มีประโยชน์ ทิ้งข้าไว้เถอะ” ระหว่างเส้นทางอันยาวไกลมันเฝ้ากระตุ้นเตือนนางไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่ครา
หลังจากวิ่งต่อไปโดยไม่รู้ว่ากี่วันกี่คืน เรี่ยวแรงส่วนเสี้ยวสุดท้ายของอากุ่ยค่อย ๆ หมดสิ้นลง สองบุรุษสตรีล้มฟาดแล้วกลิ้งไปตามพื้น อากุ่ยใบหน้าซีดขาวดุจซากศพ พลังทั้งหมดของนางถูกใช้ไปจนเกลี้ยงฉาด
นางกระเสือกกระสนคืบคลานเข้าหามัน ใบหน้าของนางขาวเผือดราวกับกระดาษ นางลูบใบหน้ามัน พลางรำพันเสียงแหบหาย “นายน้