ัติต่อโฉมงามจีลี่อวี่ดุร้ายเกินไป แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากแม้สักครึ่งคำ เนื่องเพราะปรมาจารย์มีศักดิ์ฐานะสูงส่ง หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น เกรงว่าพวกมันคงโถมเข้าเสี่ยงชีวิตด้วยแต่แรกแล้ว
พลังทักษะปิศาจของจั่วม่อลึกล้าสุดหยั่ง จิตใจกล้าแข็งมั่นคง นอกเสียจากว่าเผชิญกับตัวประหลาดเช่นศิษย์พี่ใหญ่ จั่วม่อไม่คิดว่าจิตใจของมันจะอ่อนแอกว่าผู้ใด
อาภรณ์เสน่หาของจีลี่อวี่แทบไม่ส่งผลกระทบต่อจั่วม่อแม้แต่น้อย
จีลี่อวี่ยามนี้ถึงกับขุ่นเคืองใจบ้างแล้ว นางแทบไม่เคยเอ่ยปากร้องขอต่อผู้ใดเช่นนี้มาก่อน นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะยังคงไร้เยื่อใยไมตรีดุจเดิม
จีลี่อวี่ผู้ทระนงถือดีกล่าวเสียงเย็นชา “เช่นนั้นเราไม่เหนี่ยวรั้งปรมาจารย์ให้เสียเวลาแล้ว!”
กล่าวจบคำนางก็สะบัดหน้าจากไป ฟงซิ่นจื่อฝืนยิ้มเจื่อน หันมายกมือกึ่งอำลากึ่งขอโทษขอโพยต่อจั่วม่อ “ท่านปรมาจารย์ อย่าได้ถือโทษนางเลย โฉมสะคราญมักจะเจ้าอารมณ์เช่นนี้เอง วันนี้ผู้น้องขอลาไปก่อน หากมีเวลาว่างขอเชิญท่านปรมาจารย์ร่าดื่มกันสักครา”
จากนั้นหันไปสั่งการต่อชิงฮวาเสวี่ย “ระยะนี้ไม่มีเรื่องราวใด หากเจ้ามีความสนใจในศาสตรามาร ไยไม่ลองเป็นผู้ช่วยของท่านปรมาจารย์สักครา เจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งของท่านปรมาจารย์ให้ดี”
ชิงฮวาเสวี่ยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย เพียงย่อกายคารวะพลางกล่าวอย่างเยือกเย็น “ทราบแล้ว”
ฟงซิ่นจื่อเพ่งมองชิงฮวาเสวี่ยอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่มันบังเก