่ยนสีหน้าเป็นตื่นเต้นเร้าใจ“เซียวอวิ๋นไห่ผู้นี้กลับเป็นเป้าหมายอันประเสริฐ หากสามารถช่วงชิงปรมาจารย์ศาสตรามารที่มีฝีมือสูงล้าถึงเพียงนี้ไปเข้ากับฝ่ายของเรา ข้าว่าเบื้องบนจะต้องยินดีปรีดาเป็นแน่ ไม่เลวไม่เลว!”
“เช่นนั้นเจ้าอาจทดลองดู” ชิงฮวาเสวี่ยคล้ายยิ้มไม่เชิงยิ้ม
“ลืมไปเสียเถอะ มันไม่หล่อเหลาพอ” หนิงซินเอ๋อร์เอ่ยโดยไม่ขบคิด“แต่ซือกงจื้อสิ ทั้งสุภาพอ่อนโยนและโอ่อ่าผ่าเผย! ภูมิหลังตระกูลของมันยังเลิศล้ายิ่ง!”
ชิงฮวาเสวี่ยพอฟัง อดแย้มยิ้มไม่ได้
ในเวลานี้เอง เซียวอวิ๋นไห่พลันเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “ท่านทั้งหลาย”
ทั่วบริเวณเงียบสงัดลงทันควัน ผู้คนหันมามองอย่างสนอกสนใจ ทุกผู้คนในที่นี้เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ต่อปรมาจารย์ศาสตรามารคนใหม่เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมันยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้
เซียวอวิ๋นไห่ใบหน้าเกลื่อนด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ไม่มีทีท่าประหม่าอายสุ้มเสียงดังสดใสกังวาน
“ประการแรก ข้าต้องขอขอบคุณประมุขทัง ซึ่งยินยอมเห็นด้วยกับคำขออันไร้เหตุผลของข้า และช่วยจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่ตามประสงค์ของข้า ทั้งยังต้องขอขอบคุณศาลาสมบัติหายากที่ให้การสนับสนุนในงานวันนี้ข้าจะไม่กล่าวมากความ คราครั้งนี้ที่เชื้อเชิญทุกท่านมาพบหน้า เนื่องเพราะมีข้อร้องขอบางประการ!”
“ท่านปรมาจารย์ปรารถนาสิ่งใด โปรดเรียนบอก หากศาลาสมบัติหายากของเราสามารถกระทำได้ จะไม่ขอบ่ายเบี่ยง” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนแย้มยิ้มอย่างเฉิดฉั