ปล่อยให้ปรมาจารย์ศาสตรามารผู้หนึ่งหลุดลอยไปต่อหน้าต่อหน้า แต่เมื่อทังเฉินมาถึงกลับเกรงอกเกรงใจถึงเพียงนี้นับว่าเหนือความคาดหมายจนไร้วาจาจะกล่าวแล้ว
ชั่วอึดใจถัดมา สรรพเสียงจ้อกแจ้กจอแจระเบิดเป็นวงกว้าง
ทังเฉินเป็นใคร? มันก็คือประมุขคนปัจจุบันแห่งตระกูลทัง ยากนักที่จะเห็นมันปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน ไม่ว่าผู้ใดก็นึกว่าถึงว่าคนผู้นี้จะมาด้วยตัวเอง นับเป็นการให้เกียรติปรมาจารย์หนุ่มเป็นอย่างสูงโดยแท้!
จั่วม่อแม้สีหน้าเป็นปกติ แต่ในใจลอบฝืนยิ้มขื่น คราครั้งนี้คิดจากไปเกรงว่าจะไม่ง่ายแล้ว
อย่าได้เห็นว่าอีกฝ่ายกล่าววาจาเกรงอกเกรงใจ แต่ตำแหน่งแห่งที่ของมันพอดีปิดสกัดเส้นทางของพวกจั่วม่ออย่างสมบูรณ์ จั่วม่อได้แต่ชะงักเท้า จากนั้นค้อมกายคารวะอย่างไม่เป็นทางการ “ไม่กล้ารับ ไม่กล้ารับ ข้ามีเรื่องราวรัดตัว ต้องรีบร้อนเดินทาง ขอทังเซียนเซิงโปรดให้อภัยด้วย”
ทังเฉินพอฟังต้องแย้มยิ้มวูบหนึ่ง ลากเสียงกล่าวว่า “ท่านปรมาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว มีเรื่องราวเร่งด่วนอันใดเพียงบอกต่อตระกูลทังเราก็พอได้รับใช้ท่านปรมาจารย์ถือเป็นเกียรติต่อตระกูลทัง ปรมาจารย์ให้เกียรติมาเยือนที่นี่ นับเป็นโชควาสนาของเมืองปู้โจว ท่านปรมาจารย์กรุณารั้งอยู่สักสองสามวัน ให้พวกเราได้ทำหน้าที่เป็นผู้เหย้าที่ดีสักครา”
เป็นบุคคลซึ่งยากจะรับมือดังที่คาด!
จั่วม่อในใจก่นด่าสาปแช่งทังเฉินไม่รู้ว่ากี่ร้อยกี่พันรอบ ใคร่หยิบฉวยถ้วยสมบัติของเสี่ยว