้มถ่อมตน ขณะที่กวาดมองสำรวจตรวจตราอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
“ข้าฟงซิ่นจื่อ” บุรุษหนุ่มแย้มยิ้มน้อย ๆ
อาเหิงสีหน้าแปรเปลี่ยน “ที่แท้ท่านที่นับถือคือฟงซิ่นจื่อ ล่วงเกินแล้วล่วงเกินแล้ว! โปรดให้อภัยผู้น้องที่มีตาแต่ไร้แวว! ได้ยินนามของพี่ฟงมานาน ฟังว่าในบรรดายอดฝีมือรุ่นใหม่ทั่วหล้า พี่ฟงจัดอยู่แถวหน้าสุด!”
ในใจมันเต็มไปด้วยความอับจนปัญญา ยิ่งไม่อยากพบเจอสิ่งใด กลับต้องเผชิญพบกับสิ่งนั้นในทันที ฟงซิ่นจื่อคือผู้นำหน่วยองครักษ์ในขบวนของจีลี่อวี่ ทั้งยังเป็นยอดฝีมือนามกระเดื่องในหมู่อสูร พลังฝีมือของมันลึกล้าสุดหยั่งถึง หากต้องประมือกันอาเหิงไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะได้ชัยแม้แต่น้อย
ฟงซิ่นจื่อยิ้มพลางกล่าว “ความสามารถน้อยนิดไม่คู่ควรต่อการเอ่ยถึง ท่านทั้งสองมีข้อบาดหมางอันใด ใช่สามารถเห็นแก่หน้าผู้น้อง ยินยอมเลิกราสักคราได้หรือไม่?”
อาเหิงใบหน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม “พี่ฟงในเมื่อออกปากเช่นนี้ ผู้น้องก็ไม่มีข้อขัดข้อง”
ในเวลานี้เอง จั่วม่อค่อยพบเห็นนายน้อยตระกูลจี้รีบรุดเข้ามาสมทบพลันเข้าใจกระจ่างว่าเป็นเรื่องราวใด มุมปากเผยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก “ผู้น้องก็ไม่มีความเห็นอื่น”
ฟงซิ่นจื่อยินดียิ่ง “ประเสริฐ! ในเมื่อสามารถแก้ปัญหาอย่างสันติ พวกเราไฉนไม่ร่าดื่มกันสักครา?”
นายน้อยตระกูลจี้ทำท่าคล้ายคิดกล่าวอันใดออกมา แต่อาเหิงปรายตาห้ามปรามอย่างเฉียบขาด สายตาเย็นเยียบของมันทำเอานายน้อยตระกูลจี้รีบกลืนค