ำบริภาษกลับลงไปแทบไม่ทัน จากนั้นอาเหิงหันกลับมาปั้นรอยยิ้มอีกครั้ง “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น”
ฟงซิ่นจื่อหันมามองจั่วม่อ
จั่วม่อกลับสั่นศีรษะ “ขออภัยด้วย ผู้น้องยังมีเรื่องราวรัดตัว เกรงว่าจะไม่มีเวลาร่าดื่มกับพี่ท่าน โปรดอย่าได้ถือสา”
กล่าวจบคำ มันก็พาอากุ่ยกับเขิงเหลียนเอ๋อร์จากไปโดยไม่เหลียวมามองอีก
ฟงซิ่นจื่อดวงตาทอประกายเย็นเยียบวูบหนึ่ง แต่ไม่รอดพ้นไปจากสายตาของอาเหิง ซึ่งริมฝีปากจุดเป็นรอยยิ้มบางเบาแทบมองไม่เห็น ก่อนจะเลือนหายไปทันควัน “พี่ฟง เช่นนั้นเราก็ไปร่าดื่มกันเถิด ไม่เมามายไม่เลิกรา!”
ฟงซิ่นจื่อใบหน้ากลับมาแย้มยิ้มสดใสเจิดจ้าอีกครั้ง “ประเสริฐ!”
ฟงซิ่นจือ จั่วม่อแน่ใจว่าเคยได้ยินนามนี้จากที่ใดสักแห่ง แต่ไม่ว่าจะเค้นสมองขบคิดเท่าใด กลับนึกไม่ออกแม้แต่น้อยนิด
มันในที่สุดก็ยอมแพ้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่มันแน่ใจเป็นอย่างยิ่ง ฟงซิ่นจื่อผู้นี้พลังฝีมือกล้าแข็งสุดเปรียบปาน จั่วม่อสังเกตเห็นว่าฟงซิ่นจื่อมาจาก
ขบวนอสูรกลุ่มใหญ่นั่น มันเพียงต้องการฝึกฝีมือ ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่นใด ดังนั้นปฏิเสธคำเชื้อเชิญของฟงซิ่นจื่อโดยไม่ลังเล
“ไปกันเถอะ ลองเสาะหาดูว่าจะสามารถซื้อกระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์จากที่ใด” จั่วม่อปัดความคิดอื่นทิ้งไป หันไปชักชวนเขิงเหลียนเอ๋อร์
พวกจั่วม่อยกขบวนเข้าไปในร้านรวงหลายแห่ง แต่ไม่มีความคืบหน้าใด เจ้าของร้านที่มีน้าใจผู้หนึ่งบอกต่อพวกมันตามตรง ว่าสิ่งที่ร้านค้าทั