่ชนะ!” อสูรผมส้มตอบโต้ด้วยน้าเสียงมั่นอกมั่นใจ เหลือบตามองอาเหวินด้วยสายตายากจะอ่านออก
อาเหวินพอเห็นสายตาแปลกประหลาดของอสูรผมส้ม พลันเลือดขึ้นหน้า “เข้ามาเลย มาสู้กัน!”
ผู้คนรอบข้างได้แต่ทอดถอนใจพลางมองดูเจ้าโง่ทั้งสอง ในเวลาเช่นนี้ยังจะมีอารมณ์มาโต้คารมกันอีก
อสูรผมส้มสั่นศีรษะระรัว
“เฮอะ ดูท่าว่าเจ้าจะกลัวใช่หรือไม่!” อาเหวินทำหน้าดูถูก
อสูรผมส้มสั่นศีรษะอีกรอบ “ข้าไม่คิดเสียเวลาสู้กับคนที่กลัวว่าจะไม่มีปัญญาเอาชนะศัตรูได้”
อาเหวินขุ่นแค้นจนพูดไม่ออก “เจ้า… …”
กระทั่งซู่หลงยังเริ่มจะมีโมโห มันตกลงใจอย่างแน่วแน่ ไม่ว่าหน่วยใดมีสองคนนี้อยู่ร่วมกัน มันจะไม่มีวันเป็นผู้นำหน่วยอีก มองดูสายสืบของ
ฝ่ายตรงข้ามปรี่ตรงเข้ามาทางด้านนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกมันสังเกตพบเสียงเอะอะที่เกิดขึ้น ซู่หลงกุมศีรษะ กล่าวอย่างจนปัญญา “เช่นนั้นก็สู้เถอะ!”
“มันต้องอย่างนี้สิ ด้วยพลังฝีมือระดับอัจฉริยะของข้า ไม่จำเป็นต้องซุ่มโจมตีแม้แต่น้อย” อสูรผมส้มกล่าวอย่างถือดี จากนั้นทะยานร่างเข้าหาหน่วยสายสืบของฝ่ายตรงข้ามเป็นคนแรก
“เจ้าโง่… …” อาเหวินผู้เดือดดาลทะยานฟ้าขบกรามแน่น ร่างสาดพุ่งออกไปดุจลูกธนูหลุดจากแล่ง
สองคู่อริโถมทะยานออกไปแทบจะพร้อมเพรียงกัน ตรงดิ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามประหนึ่งลูกธนูพิโรธสองดอก
คนอื่น ๆ เมื่อเห็นเช่นนี้ ได้แต่ติดตามไล่หลังไป
สายสืบของวัดเสวียนคงทุกคนล้วนเป็นสมาชิกชั้นยอดของแต่ละทัพพวกมันได้ร