รก็มิใช่กองพันบาปเคราะห์ คนเหล่านี้สมควรเป็นอาหารสัตว์กระสุนปืนใหญ่ของเปี๋ยหาน
ทันใดนั้นมันค่อยนึกขึ้นได้ มีแม่ทัพบัญชาการศึกอีกผู้หนึ่งอยู่กับเปี๋ยหาน เรียกว่ากงซุนอะไรนั่น มันจดจำนามของคนผู้นี้ไม่ได้แน่ชัด มันมักจะไม่ค่อยจดจำชื่อของคนที่ไม่ได้สลักสำคัญอันใด แต่เรื่องนี้ก็หาได้กระทบต่อหน้าที่ในฐานะผู้นำหน่วยสายสืบของมันไม่
ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายลดลงอย่างรวดเร็ว
หลวงจีนผู้นำหน่วยทัพตวาดก้อง “อมิตาภพุทธ!”
ประกายแสงบนร่างพวกมันพลันหมุนคว้างอย่างเร่งร้อน พลังอันแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
อสูรผมส้มและอาเหวินรู้ว่ามีลำแสงนับไม่ถ้วนถล่มลงมาตรงใจกลางกระบวนทัพของศัตรู หมุนคว้าง แล้วก่อตัวเป็นวังวนหลากสีขุมหนึ่ง วังวนมหึมานั้นก่อเกิดพลังกล้าแข็งสายหนึ่ง ดึงดูดให้พวกมันปลิวลิ่วเข้าหาวังวนอย่างไม่อาจควบคุม
“วา วา วาว นั่นมันอะไรกันเนี่ย? ข้าไม่เคยเห็นของเช่นนี้มาก่อนเลย!ดอกไม้ไฟรึ? ช่วงสวยงามโดยแท้! เจ้าพอมีฝีมือกันอยู้บ้างนี่! แต่น่าเสียดายที่พวกเจ้าต้องมาพบพานข้าผู้เป็นอัจฉริยะ ให้อัจฉริยะผู้นี้แสดงให้พวกเจ้าดูว่าอันใดเรียกว่าการต่อสู้ที่แท้จริง… …” มันร้องคำรามอย่างดุเดือด เรือนผมคล้ายเปลวไฟสีส้มโบกสะบัดไปตามสายลม
“หุบปาก! เจ้างี่เง่า!” อาเหวินที่อยู่ไม่ห่างออกไปตวาดด่าอย่างเหลืออด
อสูรผมส้มหันไปมองอาเหวิน พลางกล่าวอย่างเคร่งขรึมจริงจัง “เจ้าไม่เคยเข้าใจความคิดของอัจฉริยะแม้แต่น