อทั้งสองนั้นยิ่งมายิ่งใหญ่โตมหึมาขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งใหญ่โตกว่าร่างของอสูรผมส้มกับอาเหวินเสียด้วยซ้า
ฝ่ามือแสงเกรงขาม!
อักขระพระสูตรบนหน้าผากมันยิ่งสว่างเรืองรองขึ้นเรื่อย ๆ แต่ขนคิ้วของมันกลับเริ่มปรากฏจุดสีเทาและสีขาวประปราย
“ตุ้ยจ่าง! (ท่านหัวหน้าหน่วย)” สายสืบวัดเสวียนคงร้องเรียกอย่างโศกเศร้า ฝ่ามือแสงเกรงขามเป็นวิชาที่เกินกำลังของตุ้ยจ่าง กระบวนท่านี้ฝืนใช้ออกโดยแลกกับอายุขัยอย่างน้อยสิบปี
เหล่าสายสืบอื่น ๆ ล้วนมีสีหน้าเศร้าโศก แต่พวกมันทราบว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมัวมาคร่าครวญรำพัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกมันไม่อาจปล่อยให้การเสียสละของตุ้ยจ่างต้องสูญเปล่าได้
ปราณหมัดสารพัดชนิด เงาไม้เท้าไม้พลอง อาวุธเวท รวมถึงอักขระพระสูตรมากมายเหลือคนานับ แตกปะทุออกมาดุจภูเขาไฟระเบิด
สายตาของพวกมันจับจ้องไปยังพวกซู่หลงที่ติดตามมาเบื้องหลัง หาใช่สองศัตรูผู้อาจหาญที่อยู่ด้านหน้าสุดไม่ พวกมันต้องระวังไม่ให้ซู่หลงกับคนอื่น ๆ สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยว
จากนั้นพวกมันเห็นสายสืบฝ่ายศัตรูทั้งหมด พลันหยุดลงอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีทีท่าว่าจะบุกจู่โจมเข้าช่วยเหลือดังที่พวกมันคาดการณ์เอาไว้ไม่
คนที่มีความคิดประเปรียวอยู่บ้างอดรู้สึกแปลกพิกลไม่ได้ แต่แล้วพวกมันก็ได้ข้อสรุป เต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม คนเหล่านี้เป็นกองทัพที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมดังที่คาดเอาไว้จริง ๆ!
ในยามที่สหายร่วมกองทัพต้องการกำลังหนุน พวกมันกลั