้วยความเพียบพร้อมที่ยากจะบ่งบอกบรรยายชนิดหนึ่ง เปลวไฟสีดำบนร่างของมันไหลบ่าไปยังหอกดำในบัดดล พลังสีดำอันเงียบงันก่อตัวขึ้นที่ปลายหอก แทงทะลวงใส่กึ่งกลางของวังวนโดยไม่พรั่นพรึง
โง่เขลานัก!
ผู้นำหน่วยย่อยวัดเสวียนคงแค่นหัวร่อเย้ยหยัน หากคนเหล่านี้เข้าใจว่าอาศัยพวกมันเพียงสองคนก็สามารถเอาชนะกระบวนทัพ พวกมันก็โง่เขลาสุดจะเยียวยาแล้ว!
แต่แล้วรอยยิ้มเยาะของมันพลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
บึม!
นักบวชนิกายพุทธทั้งหมดสะท้านขึ้นทั้งร่าง ประกายแสงทั้งมวลรวมถึงอักขระพระสูตรทุกตัวบนร่างของพวกมัน ล้วนแตกกระจายเป็นจุดแต้มสาดกระเซ็นไปทั่ว!
เป็นไปได้อย่างไรกัน!
ผู้นำหน่วยทัพใบหน้าซีดเผือด กระบวนทัพของพวกมันกลับถูกทำลายอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้!
ฝ่ายศัตรูมีเพียงสองคนเท่านั้น แต่กลับทลายค่ายกลที่สร้างจากกระบวนทัพของพวกมันอย่างซึ่งหน้าคนทั้งสองนี้ใช่เป็นชนชั้นหยวนอิงหรือไม่?
แต่ในเวลาเช่นนี้ไม่มีเวลาให้มันขบคิด สัญชาตญาณเอาตัวรอดซึ่งก่อตัวขึ้นจากการสู้รบมานานปีช่วยให้มันตอบโต้ต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ท่ามกลางเสียงตวาดอย่างโกรธกริ้ว อักขระพระสูตรตัวกนึ่งฉายแสงบนหน้าผากของมัน สีหน้าเคร่งขรึมสำรวม ประนมมือเข้าหากัน แล้วกระแทกมาเบื้องหน้าติดต่อตามกันดั่งเมฆล่องน้าริน
พลังฝ่ามือสีทองพุ่งวาบออกมาจากมือของมัน ทันทีที่หลุดออกมาก็แปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือสีทองมหายักษ์สองข้าง ตบฟาดใส่สองศัตรูที่กลางอากาศในบัดดล
ฝ่ามื