เรื่องตามแต่เจ้าจะพอใจ แน่นอนว่าพวกมันอาจเพียงแค่สังหารเจ้าทิ้งเยี่ยงสุนัขข้างถนน แล้วฉกฉวยของวิเศษนี้ไป”
จั่วม่อแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ “ร้ายกาจถึงเพียงนั้นจริง ๆ?”
ที่แท้เป็นสมบัติล้าค่า! ในใจเริ่มหวั่นไหว มันกำลังคาดคำนวณว่าจะใช้ของวิเศษนี้แลกกับสิ่งใดได้บ้าง
ผูเยากล่าวสืบต่อไปว่า “ไม่เพียงแค่การกลับชาติมาเกิดใหม่เท่านั้น นี่ยังเป็นของวิเศษหายากที่ทั้งซิวเจ่อ อสูรและปิศาจล้วนสามารถใช้งานได้อีกทั้ง… …”
จั่วม่อมองดูผูเยาซึ่งทำท่าอิดออด คล้ายไม่อยากกล่าวต่อ “อีกทั้งอันใดเล่า?”
“อีกทั้งมันยังมีพลังมหัศจรรย์ประการหนึ่ง” ผูเยาเหลือบมองจั่วม่อ“ของวิเศษนี้สามารถหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณ นี่เป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นในสถานที่แห่งความตายและการผุเปื่อยกร่อนสลายแบบสุดขั้ว ในด้านการหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณ ไม่มีสิ่งใดสามารถยกขึ้นเปรียบได้อีกแล้ว!”
“หล่อเลี้ยงดวงวิญญาญ?” จั่วม่อชะงักกึก
“มิผิด” ผูเยากล่าวแล้วหุบปากนิ่งสนิท
รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของจั่วม่อ แล้วกลายเป็นยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่ได้รับสิ่งที่มันปรารถนาอย่างสุดจิตสุดใจ “กล่าวคือ สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่ออากุ่ยใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง” ผูเยาสุ้มเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ “แม้ว่าข้าเพิ่งจะเคยเห็นของวิเศษนี้เป็นครั้งแรก ไม่อาจแน่ใจได้เต็มที่ว่าพลังของมันจะเป็นไปตามที่ตำนานเล่าขานไว้หรือไม่ แต่ข้าแน่ใจว่าสำหรั