ือไม่? เจ้าแหวกหญ้าให้งูตื่น สะกิดให้มันตื่นตัว เข้าใจหรือไม่?โง่เง่า!”
ศิษย์อื่น ๆ ตัวสั่นเทา โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิษย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องราวในแดนปิศาจ บัดนี้หน้าขาวเผือดดุจคนตาย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันเห็นศิษย์พี่ใหญ่บันดาลโทสะ ศิษย์พี่ใหญ่ผู้สุภาพอ่อนโยนแทบไม่เคยพูดจารุนแรงกับผู้อื่น คราครั้งนี้ถึงกับเกรี้ยวโกรธถึงปานนี้!
ต๋าหลิงฟ่งใบหน้าขาวซีด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง
นางเดิมทีคิดกลับมายังสำนัก ร่าไห้รำพันและร้องขอความช่วยเหลือแต่ผู้ใดจะทราบว่าเมื่อนางกลับมาถึงสำนัก ศิษย์พี่ใหญ่แทนที่จะปลอบโยน กลับบริภาษนางอย่างรุนแรง นางเหม่อมองศิษย์พี่ใหญ่ที่นางเคารพรักอย่างมึนงง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
แววตาหวาดกลัวและสิ้นหวังของต๋าหลิงฟ่ง ไม่มีผลกระทบใดต่อหลินเชียน มันกล่าวอย่างเย็นชา “เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ห้ามมิให้ปิดบังแม้แต่คำเดียว”
ต๋าหลิงฟ่งตัวสั่นสะท้าน รีบบอกเล่าทุกสิ่ง แม้กระทั่งวาจาที่เหวยเสิ้งฝากบอกมายังหลินเชียน หลินเชียนซักถามรายละเอียดอีกเล็กน้อย แต่นางไม่อาจตอบคำถามเหล่านั้น
หลังจากล่วงรู้รายละเอียดทั้งหมด หลินเชียนไม่กล่าวคำใด เพียงยื่นมือแตะข้อมือของต๋าหลิงฟ่งเบา ๆ
ชั่วอึดใจให้หลัง มันค่อยลุกขึ้น ออกคำสั่งว่า “ส่งนางไปหาอาจารย์อาหญิงหาน ขอให้อาจารย์อาหญิงหานลองดูว่ามีหนทางช่วยเหลือหรือไม่”
จนถึงตอนนี้เอง ต๋าหลิงฟ่งผู้แทบจะพังทลายอย่างสิ้นเชิง