มมารดา พวกมันกำลังเฝ้ารอให้ ม่านนํ้าสลายไป จากนั้นพวกมันจะรุมทิ้งพวกเรา พวกเราจะไม่มีผู้ใดรอดไปได้ ล้วนต้องตกตายอย่างทารุณ!”
ประโยคสุดท้ายของจั่วม่อประหนึ่งเสียงเพรียกแห่งความตาย หลาย คนในที่สุดไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป ทิ้งร่างลงกับพื้น ซบหน้าพลางรำพัน อย่างหวนโหย
“พวกเราจะต้องตายอย่างแน่นอน”
จั่วม่อยังคงยํ้าคำราวกับพรํ่าบอกกับตัวเอง แต่ประโยคนี้ทำให้ผู้คนมากมายเงยหน้าขึ้น จ้องมองบุรุษหนุ่มที่กลางอากาศอีกครั้ง
“แต่ถึงกระนั้นข้าก็ไม่คิดจะหยุดการต่อสู้ดิ้นรน ข้าไม่คิดยอมยก ตัวเองใส่พานถวายภายใต้ปังตอของคนฆ่าสัตว์เยี่ยงลูกแกะน้อยที่ไร้ทางสู้ ไม่คิดปล่อยให้พวกมันเขมือบกลืนข้าลงไปโดยง่ายดาย ถูกแล้วพวกมัน ร้ายกาจ! ใช่ พวกมันโหดเหี้ยม! มิผิด เราไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย! ถูกต้อง พวกเราจะต้องตาย! แล้วจะเป็นไร?”
ประโยคสุดท้ายสุ่มเสียงของจั่วมือกลับกลายเป็นอึกเหิม มันถลึงตา กลมกว้าง สีหน้าบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด ลำคอโป่งพองด้วยเส้นเอ็น ประหนึ่งสุนัขป่าที่ถูกไล่ต้อนจนมุมตัวหนึ่ง
“แล้วจะเป็นไร”
สุ่มเสียงดังกึกก้องขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดของ มันสะท้อนสะท้านไปทั่วนครมหาสันติดั่งสายฟ้าคำรน
ทุกผู้คนถูกวาจานี้ข่มขวัญจนตะลึงลาน ที่รํ่าไห้ก็หยุดรํ่าไห้ ที่ครํ่า ครวญพลันชะงักคำรำพัน พวกมันแหงนเงยขึ้นอีกครั้ง กลั้นหายใจโดยไม่ออก
จั่วม่อกวาดตามองไปทั่วมวลชนด้านล่าง ใบหน้าถมึงทึง สุ่มเสียง คล้าย