ากนั้นยอมรับว่าทั้งสองคนกล่าวไม่ผิด จึงฝืนสงบใจลง
มันพลันรู้สึกว่ามันไฉนโง่งมถึงเพียงนี้ ในแง่ของการวางแผนร้ายยังจะมีใครหน้าไหนสันทัดจัดเจนไปกว่าโจรเฒ่าทั้งสองนี้อีกเล่า มันไยต้องมาเสียเวลาครุ่นคิดด้วยตัวเอง?
“เจ้าบอกว่าพวกมันมุ่งเป้าที่มาข้า? เพราะเหตุใดกัน?” จั่วม่อตัดสินใจโยนปัญหาไปให้แก่สองโจรเฒ่า
ดวงตาสีเลือดของผูเยาสาดประกายโลหิตเต้นระริก มันคล้ายมีสีหน้าตื่นเต้นเร้าใจเล็กน้อย นานมากแล้วที่ไม่ได้พบเจอเรื่องน่าตื่นเต้นเร้าใจPage 7 of 11เช่นนี้ ในใจครุ่นคิดเร็วรี่ จากนั้นแยกแยะว่า “ประการแรก แน่นอนว่าไม่ใช่ทำไปเพราะหนี้แค้น การลอบทำร้ายในวันนี้ แท้ที่จริงไม่ได้พยายามลอบสังหารเจ้า พวกมันต้องการจับเป็นเจ้าต่างหาก”
จั่วม่อหวนคิดทบทวนดู พลันพบว่ามีเหตุผล “มิผิด เจ้าเมื่อกล่าวเช่นนี้ ข้าก็นึกออกแล้ว มันไม่ได้ใช้กระบวนท่าสังหารแม้แต่ท่าเดียว”
“มันต้องการคร่ากุมเจ้า แต่ไม่ได้คิดฆ่าฟัน ดังนั้นโอกาสที่เรื่องจะจากเกิดจากหนี้แค้นก็มีไม่มากนัก เช่นนั้นย่อมหลงเหลือเพียงประการเดียว นั่นคือเจ้าต้องมีบางสิ่งที่พวกมันต้องการ หรือไม่ก็พวกมันต้องการให้เจ้ากระทำบางสิ่งให้แก่พวกมัน”
สมกับที่เป็นโจรเฒ่าผู้อาละวาดมาหลายพันปี เพียงกล่าวไม่กี่คำจั่วม่อรู้สึกว่าความคิดกระจ่างชัดขึ้นมากในทันที
“สิ่งใดที่ข้ามี? ข้าสามารถกระทำเรื่องอันใด?”
“เจ้าย่อมมีหลายสิ่งที่ผู้คนปรารถนา อย่างเช่นพลังเทพ หรือเมล็ดผลึกสุ