าอันปลอดโปร่ง
ในสภาวะนี้ จั่วม่อประดุจเครื่องจักรปิศาจอันสมบูรณ์พร้อมตัวหนึ่งประสิทธิภาพการทำงานสูงล้ากว่ายามปกติมิรู้ว่าเท่าไร
สมาชิกกองพันบาปเคราะห์คนแล้วคนเล่าผ่านมือมันไปอย่างไม่ขาดสาย เสร็จสิ้นสมบูรณ์คนหนึ่งก็ส่งออกจากห้องคนหนึ่ง ระดับความเร็วแทนที่จะเชื่องช้าลงกลับยิ่งมายิ่งรวดเร็วขึ้นเป็นลำดับ ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่นอกห้องล้วนถูกความเร็วนี้ขู่ขวัญจนตะลึงพรึงเพริด พวกมันคล้ายบังเกิดความรู้สึกว่า จั่วม่อสามารถเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดอย่างปลอดโปร่งง่ายดายดุจดื่มน้าก็มิปาน
เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แค่สิบวัน จั่วม่อก็ปรับปรุงแก้ไขกองพันบาปเคราะห์เกือบสามพันคนแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์!
สมาชิกกองพันบาปเคราะห์ร่วมสามพันคน! ถูกมันส่งออกมานอกห้องจนหมดสิ้นแล้ว!
จั่วม่อเมื่อหลุดออกจากสภาวะสุดมหัศจรรย์นี้ ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าก็จู่โจมเข้ามาดุจคลื่นน้าซัดโหม กลืนกินมันลงไปในชั่วพริบตา มันรู้สึกเบื้องหน้าสายตามืดทะมื่น สติสัมปชัญญะดับวูบ ล้มคว่าฟาดพื้นเสียงดังสนั่น
ซู่หลงกับคนอื่น ๆ ได้ยินเสียงดังโครมครามจากด้านในห้อง พากันแตกตื่นลนลาน บุกเข้าห้องในทันที พวกมันพอเห็นจั่วม่อล้มคว่าแน่นิ่งอยู่บนพื้น อารามตกใจจะรีบเข้าไปตรวจดู แต่แล้วเขิงเหลียนเอ๋อร์จู่ ๆ ปรากฏกายขึ้นเหมือนเงาพราย บอกเตือนด้วยสุ้มเสียงนุ่มนวลว่า “อย่าเพิ่งแตะต้องมันจะดีกว่า!”
เห็นสายตาไม่เชื่อถือของซู่หลงกับคนอื่น ๆ นางก็ไม่อธิบาย