เพียงกล่าวว่า “รอสักครู่ พวกเจ้าจะเห็นเอง”
เป็นไปตามคำนาง วาจานางยังไม่ทันจะขาดหางเสียงดี เห็นบนร่างจั่วม่อพลันปรากฏประกายสีทองจาง ๆ ชั้นแสงสีทองนี้เบาบางยิ่ง หากมิใช่ว่าภายในห้องค่อนข้างมืดสลัว ชั้นแสงสีทองอันแปลกประหลาดนี้อาจยากยิ่งที่จะสังเกตเห็น
ประกายแสงอ่อน ๆ บัดเดี๋ยวสว่างขึ้น บัดเดี๋ยวหม่นมัวลง ราวกับว่ากำลังหายใจเป็นจังหวะ
ซู่หลงกับพวกเคลื่อนถอยออกมาอย่างเงียบเชียบและระมัดระวังเพราะเกรงว่าจะไปรบกวนจั่วม่อเข้า หลังจากเขิงเหลียนเอ๋อร์ขวางรั้งพวกมันเอาไว้ ถึงตอนนี้แม้แต่คนโง่เง่าที่สุดยังเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องร้าย
เขิงเหลียนเอ๋อร์ทอดตามองจั่วม่อ ใบหน้าทอแววซับซ้อนวูบ
นางไม่อาจเข้าใจได้จริง ๆ บุรุษที่ดูคล้ายโง่เขลาเบาปัญญาและไม่ได้สืบทอดมรดกเคล็ดวิชาที่สมบูรณ์เช่นนาง ไฉนกลับประสบความสำเร็จและรุดหน้าก้าวไกลรวดเร็วกว่านางมาก?
พลังเทพ สองคำนี้ทับถมไว้ด้วยด้วยโครงกระดูกเป็นภูเขาเลากาอัจฉริยะที่ต้องทอดร่างเป็นซากศพภายใต้อาถรรพ์ของสองคำนี้โดยที่ไม่เคยได้ร้บสิ่งใด ไม่ทราบว่ามีจำนวนมากมายเท่าใด?
กระทั่งยอดอัจฉริยะอันเด่นล้าเช่นชีเตียวอวี่ ยังติดค้างอยู่ที่นอกประตู ไม่สามารถล่วงล้าเข้าสู่ขอบเขตนี้ได้
ทว่าจั่วม่อผู้นี้กลับบรรลุถึงระดับชั้น ‘ลมหายใจพลังเทพ’ อย่างเลอะเลือนงมงาย!
จั่วม่ออาจไม่ทราบว่า ‘ลมหายใจพลังเทพ’ เป็นเรื่องราวใด แต่เขิงเหลียนเอ๋อร์ผู้มีมรดกเคล็ดวิชาที่สมบ