งกล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าลืมเลือนกองพันเกิ้นของข้าแล้ว? กองพันที่จัดอยู่ในร้อยสุดยอดแห่งดินแดนร้อยเถื่อน ไหนเลยจะไม่มีปัญญาช่วยเจ้าล้างแค้น?”
“เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร?” สุ้มเสียงยังคงดังมาจากด้านหลัง
“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ฆ่าเซี่ยวม่อเกอ”
“เมื่อใดจึงเป็นเวลาที่เหมาะสม?”
“เจ้าจะรู้เมื่อถึงเวลา”
กล่าวจบคำ ปู้เกิ้นก็เปิดประตูเดินลับหายไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่แวบเดียว
“ปู้เกิ้นเคลื่อนพลออกจากเมืองไปแล้วหลันเทียนหลงประหลาดใจอยู่บ้าง
หลันหยงยักไหล่ “อาจบางทีมันรู้สึกว่าไม่มีความหวังแล้ว ไม่ว่ากองพันของมันจะร้ายกาจสักปานใด อยู่ในนครมหาสันติก็ไม่มีที่ให้แสดงฝีมือได้ ครั้นจะพึ่งพาพลังฝีมือส่วนตัว มันก็ไม่อาจหาผู้ใดมาเป็นคู่มือของเซี่ยวม่อเกอ”
“นี่ดูไม่เหมือนนิสัยใจคอของปู้เกิ้น” หลันเทียนหลงแย้งพลางสั่นศีรษะ
“แต่มันไปแล้วจริง ๆ ถึงขั้นนำกองพันทั้งหมดไปด้วย” หลันหยงกล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ “ไม่เช่นนั้นมันยังจะทำอะไรได้?
“เอาเถอะ ไม่ต้องสนใจมันแล้ว” หลันเทียนหลงเมื่อขบคิดไม่เข้าใจ ก็เลิกวุ่นวายเปลืองสมองทันที เปลี่ยนเป็นหันไปมองหน้าหลันหยงอย่างยิ้มแย้ม “เจ้ามิใช่ชมชอบซิ่นกงจู่รึ? ว่าอย่างไร? คงเฝ้ากระวนกระวายจนนอนไม่หลับแล้วกระมัง?”
หลันหยงสีหน้าแดงซ่านวูบหนึ่ง แต่แล้วมันสงบใจลงอย่างรวดเร็ว สั่นศีรษะด้วยสีหน้าละห้อย “ข้าไม่อาจดึงดูดใจนาง”
หลันเทียนหลงนิ่งเงียบงันไป มันทราบว่าพี่น้องของมันกล่า