อแม้สักครึ่งคำ มีเพียงพฤติการณ์โอ่อ่าผ่าเผยที่ชวนให้ผู้คนนับถือน้าใจ
“ข้าต้องไปรบกวนอย่างแน่นอน!” จั่วม่อร้องไล่หลังด้วยเสียงดังฟังชัด
ท้องถนนคล้ายเริ่มกลับสู่ปกติสภาพ หลายคนเผยสีหน้านับถือเลื่อมใส กระบวนท่านี้ของหลันเทียนหลงมิเพียงไม่ทำให้มันเสื่อมเสียชื่อเสียง ยังชวนให้ผู้คนประทับใจกับบุคลิกการวางตัวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เยี่ยงชายชาติอาชาไนยของมัน
ในขณะเดียวกัน คณะของจั่วม่อไม่ได้ดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างมากนัก ทว่าในทางตรงกันข้าม เหล่าคนที่ลอบมองจากในเงามืดกลับยิ่งให้ความสำคัญกับพวกมันมากกว่าเดิม
จั่วม่อประคองหลัวหลีลุกขึ้น หันไปหาพรรคพวก พลางสั่งการเสียงลึก “เสาะหาสถานที่เงียบสงบสักครา”
เถาซิงกับถังเฟยคล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นจากฝันกลางวัน พากันระบายลมหายใจอย่างโล่งอก พวกมันรีบร้อนลนลานนำทุกคนออกไปหาที่พักทันทีเมื่อครู่นี้พวกมันเรียกได้ว่าหวาดกลัวจนหัวหด จั่วม่อจู่ ๆ ก็กระโดดออกไปท้าประลองเดิมพันชีวิตกับผู้คนโดยไม่กล่าวซ้าสอง หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกสักหนสองหน เกรงว่าคราวนี้พวกมันคงถูกขู่ขวัญจนขาดใจตายแล้ว
ทันใดนั้นหลัวหลีก็เอ่ยปาก สุ้มเสียงของมันแหบแห้งระคายหู “เจ้าเป็นใคร? ไฉนช่วยข้า?”
เมื่อครู่นี้ ผู้ที่ประหลาดใจที่สุดเกรงว่าไม่มีผู้ใดเกินหลัวหลี ผู้อื่นเพียงโผล่ออกมา ก็ชี้ตรงมาที่มันอย่างไม่รีรอลังเล เห็นได้ชัดว่าจะต้องรู้จักมันแต่เมื่อมันเพ่งพิศดูรูปโฉมท่วงท่าของคนผู้นี้โดยละเอ