้
“ไม่ต้องมากมารยาท นี่เป็นเพียงแค่การค้ารายหนึ่งเท่านั้น” จั่วม่อโบกมือตัดบทด้วยสีหน้าไม่ไยดี
มันไม่กล่าวยังพอทำเนา ประโยคนี้พอกล่าวออกมา แม่นางถังเฟยสีหน้าเขียวคล้าลงทันควัน สะกิดให้นางหวนนึกถึงพฤติการณ์ที่ผ่านมาของ
? พวกเจ้ามาจากที่ใดเถาซิงซักถามอย่างยิ้มแย้ม เรื่องที่ทำให้ถังเฟยขุ่นเคืองมันกลับไม่ถือสา แม้ว่าราคาที่ต้องจ่ายจะชวนให้เจ็บปวดใจอยู่บ้าง แต่เมื่อรักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคราครั้งนี้ผู้อื่นจะต้องร่วมทางกับพวกมันไปยังเมืองไร้จุดจบ จึงไม่ต้องห่วงกังวลกับความปลอดภัยระหว่างการเดินทางของพวกมันอีก เรียกได้ว่าเป็นหลักประกันชั้นยอดสำหรับพวกมันทีเดียว
“เรียกข้าว่าจั่วก็พอ” จั่วม่อเป็นมือเก่าอันช่าชอง ไหนเลยไม่เข้าใจว่าผู้อื่นกำลังตะล่อมถามอันใด มันทำท่าราวกับว่าไม่ได้ยินคำถามที่สองของเถาซิงก็มิปาน
เถาซิงไม่ถือสาหาความ กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “อาจั่วเจ้ายังหนุ่มแน่นถึงเพียงนี้กลับบรรลุถึงด่านเจียง อนาคตของเจ้าเกรงว่าจะต้องยาวไกลไร้ขีดจำกัดแล้ว!”
ถังเฟยที่ด้านข้างพอฟังก็สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง จอมปิศาจด่านเจียง! เจ้าคนที่เน่าเหม็นไปถึงแก่นแกนผู้นี้ ถึงกับเป็นจอมปิศาจด่าน
? ถังเฟยลอบสั่นศีรษะ นางรู้สึกว่าความคิดของนางเหลวไหลเกินไป แม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองที่ยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้ มีเพียงตระกูลสูงศักดิ์ที่ทรงอำนาจราชศักดิ์ที่สุดจึงสามารถเพาะสร้างขึ้นไ