กับตะลึงพรึงเพริด!
ผู้มาคล้ายสังเกตเห็นพวกมันทั้งสี่เช่นกัน กองทัพขบวนนั้นพลันเปลี่ยนทิศทาง มุ่งตรงดิ่งเข้าหาพวกมันโดยไม่รีรอ
เฉกเช่นฉลามร้ายกระสากลิ่นเลือด ทั้งกองทัพเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า เสียงกู่อย่างดุดันดังกึกก้อง ประดุจสัตว์ร้ายนับร้อยกู่คำรามพร้อมกัน บุกตะลุยเข้ามาอย่างสุดกำลัง!
เขิงเหลียนเอ๋อร์มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่นโดยไม่รู้ตัว นางบังเกิดความรู้สึกราวกับว่ามีเชือกที่มองไม่เห็นกำลังรัดคอนาง!
“คุณหนู!” เหยียนเอ๋อร์หน้าซีดเผือด เสียงร้องแหลมเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง นางดึงแขนเสื้อของเขิงเหลียนเอ๋อร์แรง ๆ คล้ายพยายามจะฉุดกระชากให้คุณหนูของนางรีบหลบหนี
แต่เขิงเหลียนเอ๋อร์แม้ว่าสีหน้าจะขาวซีด แต่ก็ไม่ขยับเคลื่อนไหวเนื่องเพราะนางสังเกตเห็นว่าจั่วม่อยังไม่ไหวติง
นี่มัน… …
ความคิดที่แทบจะเหลวไหลไร้สาระ พลันผุดขึ้นในใจนาง
ตูม!
รอจนกำลังฝุ่นสลายหายไป โฉมหน้าที่แท้จริงของกองทัพประหลาดนี้พลันเปิดเผยออกมาต่อหน้าเขิงเหลียนเอ๋อร์ คำแรกที่ผุดขึ้นในใจของเขิงเหลียนเอ๋อร์ก็คือ กองทัพชาญศึก นี่เป็นกองกำลังที่มีเพียงร้อยกว่าคนพลังฝีมือของแต่ละคนในสายตาของนางก็ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง แต่รอจนกองทัพอันขะมุกขะมอมนี้ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง นางก็ไม่อาจละสายตาไปจากพวกมันได้อีก
พวกมันทั้งร้อยกว่าคล้ายเป็นตัวตนเพียงหนึ่งเดียว กระบวนทัพค่ายกลข่มขู่คุกคามคน ประหนึ่งว่าเป็น