ป็นเจ้าสาวเช่นนี้เป็นครั้งแรก บุรุษที่อ่อนแอถึงปานนี้… …
แต่ในเมื่อคุณหนูตกลงใจเช่นนี้ นางก็ไม่มีอะไรจะพูด ไม่ว่าจะอย่างไรหน้าที่ของนางก็มีเพียงติดตามรับใช้คุณหนูเท่านั้น
ทว่าฉากเบื้องหน้านี้ทำให้นางตะลึงงัน สมองขาวว่างเปล่าไปหมด
ส่วนเขิงเหลียนเอ๋อร์ดวงตาสงบเงียบ นับตั้งแต่ต้นจนจบ นางไม่ได้กล่าววาจาแม้สักครึ่งคำ เพียงเพ่งมองจั่วม่ออย่างลึกซึ้ง
ไม่ทราบว่าครุ่นคิดอันใด
?” เขิงอี้สัมผัสได้ถึงร่องรอยครั่นคร้ามยำเกรงในสุ้มเสียงของเฉาอวี้ อดประหลาดใจอยู่บ้างไม่ได้ มันทราบว่าคนของมันผู้นี้ปกติดุดันอำมหิตและขวัญกล้าบังอาจยิ่ง สิ่งที่ทำให้เฉาอวี้เสียกิริยาได้ เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญ
“ค่ายองครักษ์คนฆ่าสัตว์… … นามอันแปลกหูนัก” เขิงอี้กล่าวอย่างครุ่นคิด จากนั้นถามว่า “ฉากหลังของพวกมันคืออะไร
“ไม่ทราบ ไม่มีผู้ใดทราบ พวกมันเป็นกองทัพที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นโดยไร้ที่มาที่ไป ทั้งกองทัพมีกันอยู่เพียงหนึ่งร้อยกว่าคนเท่านั้น เดิมทีไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งพวกมันตัดผ่านอาณาจักรขุนเขาอริยะ แน่นอนว่าต้องเผชิญการล้อมโจมตีจากเหล่าโจรที่ดุร้ายนั้น แต่พวกมันกลับเข่นฆ่าฝูงโจรสามพันคนจนพินาศสิ้น โดยที่ฝ่ายตนไม่ได้บาดเจ็บล้มตายแม้แต่คนเดียว นี่เป็นการศึกที่สร้างชื่อให้แก่พวกมันเอง” เฉาอวี้พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ อดมิได้ต้องหวนนึกถึงฉากชโลมเลือดท่วมท้นขุนเขาที่ได้เห็นจากภาพมายา สีหน้ากลายเป็นขัดตาอย