มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดวิตก
“… …จงอย่าได้ลืม… …”
เสียงเด็กสาวดูเหมือนจะพร่าย้าเตือนซ้าแล้วซ้าเล่า
เสียงพร่ากำชับนี้ดังอยู่ตรงหน้ามันชัด ๆ แต่ไม่ว่าจั่วม่อจะดิ้นรนสักเท่าใด ก็ไม่อาจมองเห็นใบหน้าของเด็กสาวนางนั้นได้ชัดตา ดูราวกับว่ามีชั้นหมอกหนาบดบังสายตามันอยู่ตลอดเวลา ภาพเหตุการณ์ขาด ๆ หาย ๆ
จั่วม่อในใจคล้ายถูกบางสิ่งบางอย่างปิดกั้นเอาไว้ ความโศกศัลย์ที่ไม่อาจบ่งบอกบรรยายแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ทันใดนั้นเอง ภาพที่ปรากฏคราวนี้ทำให้จั่วม่อสะท้านสั่นไหวไปทั้งร่าง!
นั่นเป็นเด็กสาวนางหนึ่ง แบกเด็กหนุ่มผู้หนึ่งไว้บนหลัง นางวิ่ง วิ่งและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ทะลวงผ่านราวป่า ถูกกิ่งก้านหนามคมนับไม่ถ้วนเกาะเกี่ยวฉีกกระชากร่างกาย เสื้อผ้าอาภรณ์ฉีกขาดเป็นริ้ว ๆ จั่วม่อกระทั่งสามารถได้ยินเสียงหายใจหอบหนักของเด็กสาวผู้นั้นได้อย่างชัดเจน เหงื่อเม็ดโป้งไหลรี่ลงจากใบหน้านางไม่ขาดสาย
จั่วม่อเหม่อมองด้านล่างของภาพตรงหน้า จ้องมองบางสิ่งที่เหลือเชื่อ
“เหลียนเอ๋อร์! เหลียนเอ๋อร์!” เขิงอี้กระทั่งหางตายังไม่เหลือบแลปิศาจอ้วนปิศาจผอม ทันทีที่มองเห็นบุตรี สีหน้าก็ปลาบปลื้มยินดี รีบทะยานเข้าหา คว้ามือของธิดาสุดรักขึ้นมากุมไว้
จั่วม่อดึงปลายนิ้วออกจากหว่างคิ้วของเหลียนเอ๋อร์ นางลืมตาดำขลับอย่างเงียบเชียบ จากนั้นกวาดตามองรอบข้าง เมื่อพบเห็นอากุ่ย นางชะงักงันวูบ และเมื่อสายตาจับจ้องไปยังเท้าเปล่าของอากุ่ย สีหน้าค