้อมคารวะหลันอย่างนอบน้อม หลังจากได้รับการเซ่นสรวงบูชาจากบรรดามนุษย์หมอกอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งเดือน พลังของหลันกำลังค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย หลันยังได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพหมอกน้าแข็งที่สาบสูญไปนานปีให้แก่เหล่ามนุษย์หมอกอีกด้วย พลังอำนาจของเผ่ามนุษย์หมอกเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน เมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่ในหัวใจพวกมันมานานนับหมื่นปีถูกปัดเป่าออกไปสิ้น ทุกผู้คนในเผ่ามนุษย์หมอกล้วนเทิดทูนบูชาหลันจากใจจริง
“เจ้ามีคำถามกระมัง?”
?” ปิงเย่าเงยหน้าขึ้น ถามอย่างตรงไปตรงมา
หลันคิดไม่ถึงว่าปิงเย่าจะถามเรื่องนี้ อดนิ่งเงียบงันไปไม่ได้
“นับตั้งแต่ที่เราโยกย้ายมายังสถานที่แห่งนี้ พวกเราก็เฝ้าพิทักษ์แดนต้องห้ามมานานหลายหมื่นปี ไม่เคยมีใครเข้าใจว่าแดนต้องห้ามคืออะไรหรือไฉนพวกเราต้องเฝ้าพิทักษ์มัน” ปิงเย่ากล่าวด้วยสุ้มเสียงไม่เร็วไม่ช้าไม่ตื่นเต้นกังวลใจ เพียงแต่เต็มไปด้วยความงุนงงสงสัย
เบาะแสทั้งหมดล้วนบ่งชี้ไปยังความจริงประการหนึ่ง นั่นคือในแดนต้องห้ามเก็บงำความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
กระทั่งตัวตนอันทรงพลังเช่นวัดเสวียนคงยังปรารถนาในความลับนี้เช่นนั้นสิ่งใดกันแน่ที่อยู่ภายในแดนต้องห้าม เมื่อสามารถขึ้นเป็นผู้นำชนเผ่า ปิงเย่าย่อมต้องมีฝีมือและความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง หลันแม้สงวนถ้อยคำมาก แต่มันยังคงจับเงื่อนงำจำนวนมากได้จากวาจาสั้น ๆ เหล่านั้น
คิดเข้าสู่แดนต้องห้าม พวกมันยังไม่แข็งแกร่งพอ… …ปิงเย่าขณะเดิ