ก็ไม่เคยเปลี่ยนทิศทางหรือหยุดเดิน
ร่างเล็ก ๆ แบบบางของนางแบกจั่วม่อที่กำยำล่าสันไว้บนแผ่นหลังก้าวเดินต้านพายุทรายอย่างทรหด นางดูเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่เอ่ยวาจา มีเพียงยามที่นางเดินทางติดต่อกันถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วเท่านั้นจึงจะหยุดพักผ่อนเป็นเวลาสองชั่วยาม
จั่วม่อเมื่อถูกแบกขึ้นหลัง ใบหน้าก็ซบติดอยู่กับซอกคอของอากุ่ยความเจ็บปวดมหาศาลจนแทบอยากตายดูคล้ายไม่เจ็บปวดมากถึงเพียงนั้นแล้ว และไม่ว่าจะเจ็บปวดมากเท่าใด จั่วม่อก็ไม่เคยปริปากแม้สักครึ่งคำ ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันไม่อยากให้อากุ่ยได้ยินเสียงโอดครวญเพราะความเจ็บปวด แม้ว่าจะทราบดีว่าอากุ่ยไม่ได้ยินก็ตาม
แม้แต่คนที่โง่เง่าที่สุด ยังดูออกว่าความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างมันกับอากุ่ยนั้นสมควรลึกซึ้งผิดธรรมดา บางทีนางอาจเป็นคนใกล้ชิดกับมันจริง ๆ
ยามที่นางไม่ได้ใช้พลังงานสีม่วง ความแข็งแรงของอากุ่ยแทบไม่ต่างจากคนธรรมดา
แต่ละก้าวของนางหนักอึ้งยิ่ง สำหรับนางไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแบกรับน้าหนักจากร่างสังขารปิศาจอันกำยำของจั่วม่อ
“อากุ่ย ข้าจะเล่าเรื่องขำขันให้เจ้าฟัง เรื่องนี้น่าหัวร่อยิ่ง… …”
จั่วม่อไม่เคยรำคาญที่จะพูดคุยกับอากุ่ย แม้ว่านางจะไม่ได้ยิน แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด จั่วม่อยังคงปรารถนาจะพูดคุยกับนางให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลายวันมานี้ปิงเย่าหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตลอดเวลา การหายสาบสูญไปของจั่วม่อเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้
มันค