นออกจากแท่นบูชา สายตาของมันค่อย ๆ เปล่งประกายเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
พวกมันยังคงก้าวเดินตรงไปเบื้องหน้าตลอดทั้งวันทั้งคืน
จั่วม่อกล้าสบถสาบานว่าชั่วชีวิตนี้มันอาจไม่มีโอกาสอีกเป็นหนที่สองที่จะได้เดินเป็นระยะทางยาวไกล ไม่ถูกต้อง ที่มันจะถูกแบกเดินทางเป็นระยะทางยาวไกลถึงเพียงนี้อีก ร่างกายของอากุ่ยแทบจะพังทลายลงเมื่อใดก็ได้ แต่นางดูเหมือนเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรงกำลังอย่างน่าประหลาดใจ หนึ่งวัน หนึ่งคืน แล้วพักสองชั่วยาม จากนั้นเดินต่ออีกหนึ่งวันหนึ่งคืนนางคล้ายเครื่องจักรกลไกที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
จั่วม่อยิ่งมายิ่งปากมาก พูดพล่ามไม่หยุดหย่อน หากเป็นในกาลก่อนมันต้องไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันที่มันต้องกล่าววาจามากมายถึงเพียงนี้
ถูกแบกอยู่บนหลังอากุ่ย สองเท้าเปล่าคู่ที่เคยทำให้มันต้องทอดถอนชมเชยนับครั้งไม่ถ้วน ค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว ๆ แต่ละก้าวล้วนเต็มฝืนและสั่นระริก มันสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน อากุ่ยก้าวไปหนึ่งก้าว จั่วม่อก็ใจสั่นสะท้านเฮือกหนึ่ง ความรู้สึกที่ยากจะบ่งบอกบรรยายแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ บีบคั้นจนมันคิดใคร่หุบปากให้สนิท แต่มันทราบดีว่าตนเองไม่สามารถหุบปากเงียบได้ มันได้แต่พร่าบอกตัวเอง ไม่ว่าจะอย่างไร มันต้องกระทำอะไรบางอย่าง
แต่นอกจากวาจาเหลวไหลไร้สาระเหล่านี้แล้ว มันก็ไม่มีปัญญากระทำอะไรได้อีก
ไม่เคยมีเวลาใดที่จั่วม่อจะมุ่งหวังและสวดภาวนามากมายถึงเพียงนี้เพียงขอแค่ให้มันใช้พลัง