เทพที่พลุ่งพล่านปั่นป่วนอยู่ในร่าง เพื่อแลกกับพลังปราณสักเล็กน้อย ขอแค่มีพลังปราณสักเล็กน้อย… มันจะสามารถสร้างนกกระเรียนกระดาษได้
ทว่าไม่มีเลยแม้แต่น้อยนิดจริง ๆ
“อา อากุ่ย ข้าเพิ่งค้นพบว่าเจ้าที่แท้ไร้เทียมทานมิใช่หรือ เจ้ายิ่งต่อสู้มากเท่าไร ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น และยิ่งเจ้าได้รับบาดเจ็บมากเท่าใด ก็ยิ่งได้รับพลังมากเท่านั้น” จั่วม่อกล่าวอย่างไร้หัวใจ “ก่อนหน้านี้เจ้าใช่ปิดซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้หรือไม่ ข้ามักประหลาดใจอยู่เสมอ เจ้าไฉนดีต่อข้าถึงเพียงนี้?? เฮ้ หรือว่าเจ้าเป็นหนี้จิงสือข้าจริง ๆ… …”
“สถานที่ผีสางที่กระทั่งนกสักตัวยังไม่ยอมถ่ายนี้ พวกเราใช่มาถึงสนามรบโบราณอีกแห่งหรือไม่?
“อากุ่ย อากุ่ย! ดูนั่น! ดูนั่นสิ! นั่น ที่นั่น! โอ้ สวรรค์ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พวกเรารอดแล้ว! พวกเรารอดแล้ว! อากุ่ย! เจ้าเห็นหรือไม่??”
อากุ่ยไม่ตอบสนอง ยังคงเดินตรงดิ่งไปเบื้องหน้า
“อากุ่ย เจ้าอัจฉริยะมาก! โอ้ โอ้ โอ้! สุดยอดอัจฉริยะ! ระยะทางอันรกร้างห่างไกลถึงเพียงนี้ เจ้ายังมุ่งหน้ามาถูกทาง เจ้าเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง!ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนี้เราต้องหาสอบถามใครสักคน แล้วค่อยพักรักษาตัวทันทีที่ข้าหายดี ข้าจะพาเจ้าไปค้นหาตัวอ่อนเมฆวารีอีกครั้ง ข้าจะ… …”
“เจ้าตื่นเต้นมากเกินไปแล้ว”
สุ้มเสียงหยาบกระด้างเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นที่ด้านหลัง
จั่วม่อเสียงขาดหายอย่างฉับพลัน แทบสะดุ้งสุดตัว ภายในร่างมันปั่นป่วนยุ่งเหยิง