เสียจนกระทั่งมีคนเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้ยังไม่รู้สึกตัว! มันไม่สามารถหันหน้ากลับไปดู ไม่มีปัญญามองเห็นคนที่อยู่ด้านหลังมันได้
“ขออภัยยิ่ง สุขภาพของข้าไม่ค่อยดี ไม่สามารถหันหน้าได้” จั่วม่อพยายามบังคับสุ้มเสียงให้เป็นปกติ
“อา?”
จั่วม่อในที่สุดก็มองเห็นรูปโฉมของอีกฝ่ายชัดตา
คนผู้นั้นร่างใหญ่มหึมา แทบจะสูงใหญ่เป็นสองเท่าของจั่วม่อ ผิวหนังเป็นสีเหลืองทราย คู่ดวงตาสีแดงจาง ๆ ทอประกายแหลมคม จั่วม่อเลื่อนสายตามองไปยังท่อนแขนของอีกฝ่าย เห็นจากข้อมือไล่ขึ้นไปถึงข้อศอกห่อหุ้มด้วยชั้นเกล็ดหนาสีน้าตาล
ปิศาจ!
จั่วม่อตกตะลึงพรึงเพริด แทบหลุดปากตะโกนออกมา หรือว่ามันกระเด็นหลุดมาถึงภพปิศาจ?
“คนผู้นี้เป็นปิศาจกิ้งก่า” ในทะเลแห่งจิตสำนึก เสียงเว่ยทำลายความหวังส่วนเสี้ยวสุดท้ายของจั่วม่อ อย่างไรก็ตาม เว่ยไม่แยแสสนใจเรื่องนี้ สุ้มเสียงฟังดูตื่นเต้นอยู่หน่อย ๆ เสียด้วยซ้า “ฮะ ดวงตาสีแดงจาง ๆมันอาจมีสายเลือดของกิ้งก่าเปลวไฟ”
“พี่ใหญ่ปิศาจกิ้งก่าสบาย!” จั่วม่อตัดสินใจทักทายอย่างเป็นกันเองคิดปั้นรอยยิ้มประจบประแจงบนใบหน้า แต่น่าเสียดายที่ใบหน้าของมันยามนี้ก็แข็งทื่อเช่นกัน
“เฮอะ เด็กน้อยที่ลิ้นลมคล่องแคล่วเช่นเจ้า ดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวดี”ความหวาดระแวงในสายตาปิศาจกิ้งก่าสลายคลาย บุรุษสตรีตกยากตรงหน้าดูคล้ายไม่มีพิษมีภัยแม้แต่น้อย มันหัวคิ้วขมวดมุ่นทันที “พวกเจ้ามาจากที่ใด?”
“มาจากทิศทางที่เราเดินมานี่ละ” จั่วม