าจที่หนึ่งในใต้หล้า ส่วนอีกคนออกท่าออกทางราวกับผู้หยั่งรู้ดินฟ้า ถามข้า! ถามข้า! ข้ารู้ ข้าเห็น ข้าเจนจบครบถ้วนกระบวนความ!ถามข้าสิ! ถามน้องสาวเจ้าเถอะ! กระทั่งอาณาจักรเศษหินอยู่ที่ใดยังไม่รู้ด้วยซ้า! คำถามง่าย ๆ เช่นนี้ไฉนพวกเจ้าที่สูงส่งนักจึงไม่ทราบเล่า?” หนี้เก่าแค้นใหม่ผสมรวม จั่วม่อชี้หน้าทั้งคู่สบถด่าเร็วปรื๋อ “ข้าสมควรรู้เช่นเห็นชาติพวกเจ้าทั้งสองเสียนานแล้ว! คนหนึ่งเมื่อครั้งกระโน้นใช้ไข่มุกโง่เง่ามาล่อลวงข้าที่ยังเป็นเด็กน้อยไม่รู้ความ คุยโวถึงจิงสือมากมายที่สามารถขายได้ แต่ข้าไม่ได้รับจิงสือแม้แต่ชิ้นเดียว! ส่วนอีกคนตอนเข้ามากระทั่งค่าเช่าก็ไม่เอ่ยถึง เอาแต่พร่าพูดแต่คำสาบานเอย ศักดิ์ฐานะสูงส่งเอย ฮ่า คนที่กระทั่งอาณาจักรเศษหินยังไม่รู้จัก ยังจะมีคุณสมบัติใดมากล่าวถึงศักดิ์ฐานะ?”
เสียงหัวร่อของผูเยาชะงักขาดหายทันควัน เว่ยรอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า แม้แต่ไฟอสูรยังนิ่งสนิท
หลังจากตำหนิติเตียนจนหนำใจ จั่วม่อพลันรู้สึกดีขึ้นมาก แค่นเสียงเฮอะอีกคำหนึ่ง แล้วออกจากทะเลแห่งจิตสำนึกไปอย่างอิ่มเอม
ลุงปิศาจกิ้งก่าไม่ได้มีพลังฝีมือสูงส่งนัก ทั้งยังไม่ได้ฝึกปรือสังขารปิศาจ แต่ร่างกายของมันแข็งแรงมาก เดินดุ่ม ๆ ไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วจากนั้นค่อยสังเกตเห็นว่าแต่ละก้าวของอากุ่ยต้องใช้ความพยายามอย่างใหญ่หลวง จึงรีบหยุดเดิน หันกลับมาร้องบอก “เวย แม่นางน้อย ๆ ให้ข้าแบกมันเองเถอะ!”
อากุ่ยไ