ปเคราะห์หายตัวไป?” เสียงเข้มดังออกมาจากหลังม่าน ต่อให้เป็นคนที่โง่งมที่สุด ยังฟังออกถึงโทสะอันเย็นเยียบในสุ้มเสียงของเจ้าอาวาส
ศิษย์ผู้นำเรื่องมารายงานเขม็งตึงเครียดจนเนื้อตัวสั่นเทา แต่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดตามความสัตย์
มันบ่งบอกบรรยายถึงสภาพการตายของบรรดาศิษย์ฝ่ายนอกผู้เฝ้าคุ้มกันค่ายกลเคลื่อนย้าย เล่าถึงการใช้ทุกวิถีทางติดต่อกับเปี๋ยหาน แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ทั้งยังไม่สามารถค้นหาร่องรอยของเปี๋ยหานพบ
เจ้าอาวาสที่หลังม่านนิ่งเงียบงันไปนาน
ภายใต้ความเงียบสงัดดุจป่าช้านี้ อากาศคล้ายผนึกแข็งตัว แทบจะรัดคอศิษย์ผู้นั้นจนหายใจหายคอไม่ออก
ทันใดนั้นเจ้าอาวาสวัดเสวียนคงกล่าวว่า “แล้วอาคมหวงห้ามเล่ามิใช่ว่ามีอาคมหวงห้ามอยู่บนร่างมันหรอกหรือ?”
“อาคมหวงห้ามก็ไม่ตอบสนองขอรับ” ศิษย์ผู้นั้นหมอบราบกับพื้น
“ข้าทราบแล้ว เจ้าไปได้” เจ้าอาวาสวัดเสวียนคงสุ้มเสียงสงบราบเรียบลงอีกครั้ง บรรยากาศหนักหน่วงในห้องกลับเป็นปลอดโปร่งตามเดิม
“ตรวจสอบตัวตนของเปี๋ยหานอย่างละเอียดอีกครั้ง” เจ้าอาวาสกล่าวอย่างกะทันหัน คล้ายกล่าวลอย ๆ กับอากาศธาตุ
“ทราบแล้ว!” มีเสียงตอบรับดังออกมาจากความว่างเปล่า
เหวยเสิ้งกับพวกมีสีหน้าน่ากลัวยิ่ง
หลังจากค้นหาต่อเนื่องถึงสิบวันเต็ม พวกมันก็ยังไม่พบพานจั่วม่อกับอากุ่ย เผ่ามนุษย์หมอกทั้งเผ่าถูกส่งออกไปค้นหาจนแทบพลิกแผ่นดินทุกตารางนิ้ว แต่ไม่มีร่องรอยใดแม้แต่น้อย จั่วม่อกับอากุ่ย