่มถอยไปเฝ้าระวังทางปีกข้าง เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นฉวยโอกาสหลบหนี
เห็นติ้งเจินร่างค่อย ๆ ปรากฏขึ้น สายตาจ้องมองปิงเย่าเขม็ง เน้นเสียงกล่าวช้า ๆ ว่า “นึกไม่ถึงว่าจะได้พบพานผู้สืบเชื้อสายชนเผ่าโบราณที่นี่ ติ้งเจินช่างมีโชควาสนานัก!”
ปิงเย่าใบหน้าเรียบเฉย กล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าไฉนคิดบุกรุกแดนต้องห้ามของพวกเรา?”
“แดนต้องห้าม?”
?” ปิงเย่าเขม้นมอง
“ฮ่าฮ่า” ติ้งเจินหัวร่อเบา ๆ “อย่าได้เปลืองวาจาแล้ว ข้าเห็นว่าในบรรดาผู้คนที่นี่ทั้งหมด มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่มีพลังฝีมือคู่คี่ก้ากึ่งกับข้าสามารถรั้งข้าเอาไว้ได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับพี่ท่านแต่ผู้เดียวแล้ว”
ปิงเย่าไม่กล่าวคำใด สองแขนกางออก สิบดรรชนีแผ่กว้าง ลำแสงสีฟ้าสิบสายพวยพุ่งออกจากปลายนิ้ว ราวกับเส้นเชือกแสงสีฟ้าสิบเส้น
อาวุธเวทคู่กายของติ้งเจินพิเศษเฉพาะยิ่ง นั่นเป็นปลาไม้มู่อวี๋ที่ใช้สวดภาวนาชิ้นหนึ่ง มู่อวี๋เป็นรูปมัจฉาสีดำสนิททั้งตัว ปกคลุมด้วยอักขระพระสูตรเล็กละเอียดสีแดงชาด ไม้เคาะก็จารึกเต็มไปด้วยอักขระพระสูตรอันละเอียดซับซ้อน เต็มไปด้วยมนต์ขลังอย่างยากจะบ่งบอกบรรยาย
ชั่วพริบตาที่มู่อวี๋ปรากฏขึ้นในมือติ้งเจิน จั่วม่อกับพวกพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน!
อาวุธเวทระดับเจ็ด!
นี่ต้องเป็นอาวุธเวทระดับเจ็ดไม่ผิดแน่!
การที่ติ้งเจินถือครองอาวุธเวทระดับเจ็ด หาใช่เรื่องน่าแปลกใจอันใดไม่ หากบอกว่าชนชั้นหยวนอิงจากวัดเสวียนคงกระทั่งอาวุธเวทระดับเจ็ดชิ้น