เย็น เหวยเสิ้งกับจงหยูก็พลุ่งพล่านไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้อันร้อนแรง
ติ้งเจินทรุดกายลงนั่งบนพื้น ทำทีราวกับว่ามันไม่ได้กำลังถูกล้อมสังหาร วางปลาไม้มู่อวี๋ไว้ตรงหน้า ศีรษะก้มต่า หลุบตาลงอย่างสำรวมจากนั้นเริ่มเคาะมู่อวี๋พร้อมกับสวดมนต์ภาวนา
ตง ตง ตง!
สุ้มเสียงของมู่อวี๋ประหนึ่งดังมาจากวัดวาเก่าแก่ในหุบเขาลึกอันห่างไกล คล้ายมีคล้ายไม่มี บัดเดี๋ยวปรากฏบัดเดี๋ยวเลือนหาย
แสงสว่างรอบข้างค่อย ๆ มืดมัวสลัวลง ในสายตาของพวกมัน เห็นสีฟ้าสุกใสของหมอกน้าแข็งถูกความมืดมิดกลืนกินเข้าไป เงาร่างมากมายคล้ายเดินออกมาจากความมืด กลายเป็นชัดเจนขึ้นทุกขณะ เงาร่าง
?”
?” จั่วม่อเพิ่งได้สติจากความแตกตื่นประหลาดใจ ฟังคำรำพึงของเหวยเสิ้ง ต้องตะลึงพรึงเพริดอีกรอบ “ท่านจะบอกว่ามันเป็นเซียนกระบี่
จั่วม่อเพียงล่วงรู้ว่าเขตแดนเป็นระดับชั้นเจตจำนงกระบี่ที่เหนือล้ากว่าเจตจำนงกระบี่แปลงรูปลักษณ์ ศิษย์พี่ใหญ่เพิ่งจะบรรลุถึงชายชอบของระดับชั้นนี้
“มันไม่ใช่เซียนกระบี่” ดวงตาร้อนแรงของเหวยเสิ้งไม่ยอมหันเหจากติ้งเจินอีก แต่ปากยังคงกล่าวด้วยเสียงหนักอึ้ง “ไม่ว่าจะเป็นเซียนกระบี่เซียนยันต์ เซียนวรยุทธ์หรือเซียนสัญจร เมื่อพวกมันฝึกปรือจนบรรลุถึงระดับชั้นหนึ่ง วิถีทางทั้งหมดล้วนมาบรรจบที่เดียวกัน นั่นคือบรรลุ ‘เขตแดน’!”
ยามนี้เอง จงหยูกล่าวเสริมว่า “เซียนวรยุทธ์เรียกสิ่งนี้ว่า ‘มหาอิสระ’” ในวาจาของมันแฝงเร้นด้วยแรงปรารถนาอันแร