น่งในสิบสุดยอด ก็ประสบชะตากรรมพินาศย่อยยับเช่นเดียวกัน นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าต่อต้านแข็งขืน ได้แต่หลบหนีไปให้ไกลแสนไกล
เห็นได้ชัดว่าไม่มีโอกาสชนะ!
กระทั่งสำนักที่รั้งตำแหน่งในสิบสุดยอดเช่นสำนักฟงฉิงกับสำนักลี่สุ่ยยังไม่อาจเป็นคู่มือของพวกมันได้ สองสำนักที่ทรงพลังอำนาจถึงเพียงนี้ยังถึงกาลแตกดับใต้ฝ่าเท้าเหยียบย่าของกองทัพปิศาจ มีตัวอย่างที่ดีให้เห็นอยู่ตรงหน้าพวกมัน ผู้ใดยังกล้าเอาไข่ไปกระทบหินอีกเล่า?
เลี่ยวฉีชางไม่กล่าวคำใด เพียงจ้องมองเกาะเต่าตาเขม็ง รออีกสักอึดใจใหญ่ เห็นซิวเจ่อกลุ่มเล็ก ๆ อีกกลุ่มหนึ่งทะยานออกมาจากเกาะ
เลี่ยวฉีชางตาเป็นประกาย มันจดจำหนึ่งในคนเหล่านั้นได้ รีบร้องเรียกสุดเสียง “นั่นม้าฝานเซียนเซิงใช่หรือไม่?”
ม้าฝานได้ยินเสียงเรียก หันมามองแวบหนึ่ง พอเห็นเป็นเลี่ยวฉีชางก็เหินร่างเข้าหา ประสานมือคารวะพลางกล่าว “เถ้าแก่เลี่ยว ท่านยังมิได้จากไปอีกหรือ?”
“ยังจะหนีไปที่ใดได้เล่า?”
ม้าฝานฉุกใจคิด กล่าวว่า “เช่นนั้นเถ้าแก่เลี่ยวเข้าพักบนเกาะสักระยะจะดีกว่า อยู่ในเกาะจะปลอดภัยกว่า”
“ปลอดภัย? ฟังดูยิ่งใหญ่แท้!” ซิวเจ่อข้างกายเลี่ยวฉีชางแค่นเสียงเย้ยหยัน
ม้าฝานเหลือบมองคนผู้นั้นแวบหนึ่ง คร้านจะสนใจมัน
เลี่ยวฉีชางสีหน้าหวั่นไหวใจ “พวกท่านไม่คิดจากไปจริง ๆ
ม้าฝานหัวร่อเบา ๆ “ก็เหมือนเช่นที่เถ้าแก่เลี่ยวว่ามา เรายังจะหลบหนีไปที่ใดได้ แทนที่จะวิ่งพล่านไปเช่น