นั้น มิสู้ยืนหยัดอยู่ที่นี่”
“ข้าจะบอกพวกเจ้าให้เอาบุญ อย่าได้พยายามกระทำตัวเป็นวีรบุรุษและมั่นใจเกินตัวจะดีกว่า เจ้าเข้าใจว่าศีรษะของพวกเจ้าแข็งกว่าหินหรือ”ซิวเจ่อข้างกายเลี่ยวฉีชางกล่าวเสียงแปลกพิกล
เหลยเผิงในที่สุดอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป ถลึงตาโปนโตดุจระฆัง มือขวาเปล่งแสงวาบ ตบฟาดอย่างเกรี้ยวกราด!
“หุบปากให้แก่บิดา!”
อีกฝ่ายก็ไม่ใช่มือชั้นธรรมดา ตอบสนองอย่างทันท่วงที เกราะปราณพลันเปล่งแสงเจิดจ้า
แต่เหลยเผิงมือไม้หนักหน่วงยิ่ง ทั้งยังไม่พลิกแพลงเปลี่ยนกระบวนท่า ตบลงบนเกราะปราณที่ทอแสงสว่างไสวอย่างหักโหม คนผู้นั้นรู้สึกเรี่ยวแรงมหาศาลขุมหนึ่งโถมซัดเข้ามาอย่างดุดัน ร่างปลิวลิ่วไปเบื้องหลังไม่หยุดยั้ง
แกรก!
เหลยเผิงตบจนคนผู้นี้กระแทกกับพื้น
คนผู้นั้นกระโดดขึ้นจากพื้น ใบหน้าแดงก่าด้วยโทสะ “เจ้ากล้าลงไม้ลงมือกับข้าเชียวรึ แส่หาที่ตาย!”
ฟ่อ
เสียงแหลมสูงเย็นเยียบดังแผ่วเบา
คนผู้นั้นรู้สึกลำคอเย็นวาบ เห็นคมกระบี่เย็นเฉียบกดแน่นติดลำคอเย็นเฉียบเสียจนมันผมเผ้าลุกชี้ชัน! ไม่กล้าขยับกายแม้แต่น้อย ความหวาดกลัวที่ไม่อาจควบคุมได้ไหลบ่าเหมือนคลื่นน้า ขาสั่นพั่บ ๆ อย่างช่วยไม่ได้
“ตัวโง่งม!”
กระบี่บินหวนกลับสู่มือของม้าฝาน ม้าฝานไม่เหลือบแลเศษสวะที่ตื่นกลัวแทบตายผู้นั้นอีก หันกลับมากล่าวกับเลี่ยวฉีชางอย่างฉะฉาน “เถ้าแก่เลี่ยวหากไปยังเกาะ ต้าเหรินต้องต้อนรับท่านด้วยดีแน่ พวกเรายังมีเรื่องสำคัญต้องกระ