ื่นความร้อนสุดหฤโหดยึดถือจั่วม่อเป็นจุดศูนย์กลาง กวาดซัดออกไปรอบวงอย่างหักโหม
ต้นไม้มหึมาที่พวกมันยืนเหยียบอยู่ด้านบนกลายเป็นเถ้าธุลีในชั่วพริบตา คลื่นความร้อนไม่ว่ากวาดซัดไปถึงที่ใด มวลแมกไม้ล้วนถูกแผดเผาเป็นเถ้าถ่าน พื้นเบื้องล่างเริ่มหลอมละลาย กลายเป็นทะเลหินหลอมเหลวผืนหนึ่ง
“สมกับที่เป็นเมล็ดผลึกสุริยัน!” ชิงหลินหัวร่อเบา ๆ ดวงตาจับจ้องใบหน้าของจั่วม่อ หัวใจพลันล่องลอยไปไกลแสนไกล ความทรงจำอันห่างไกลและพร่ามัวคล้ายค่อย ๆ กลับกลายเป็นชัดเจนขึ้นเบื้องหน้ามันราวกับว่าถูกกระแสลมร้อนเหล่านี้ปัดฝุ่นที่ทับถมจนหนาทึบออกไปด้วย
น้องเล็ก… …
ใบหน้าอ่อนเยาว์และแปลกหน้าอยู่บ้างดวงหนึ่ง จากพร่ามัวกลับกลายเป็นชัดเจนอยู่ในใจมัน
อารมณ์หวนหาอาวรณ์เอ่อท้นท่วมหัวใจอย่างฉับพลัน มันรั้งสายตากลับจากอดีตกาลอันลับเลือน หันมาจ้องมองใบหน้าที่ไม่มีสติของจั่วมองใบหน้าอ่อนเยาว์และแปลกหน้าในใจคล้ายค่อย ๆ ทาบทับลงบนใบหน้าของจั่วม่อ
หัวใจที่ไม่เคยไหวสะเทือนมานานนับหมื่นปี คล้ายผุดความรู้สึกที่ลึกซึ้งเป็นระลอก
มันแย้มยิ้มอย่างสุขสราญ
จากนั้นเหยียดมือขวา ชี้ขึ้นฟ้า
ทันใดนั้นกลางเวหาปรากฏจุดแสงประกาย ราวกับดวงดาวโชนแสงอย่างฉับพลัน!
เห็นเสาลำแสงสีทองเรียวยาวและตรงแน่วจากแผ่นฟ้าอันไกลโพ้นข้ามผ่านห้วงความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดของห้วงนภาเหนือศีรษะของพวกมัน พกพารัศมีอันเรืองรองของหมื่นปีที่แล้ว พุ่งดิ่งลงมาด้วยระดับความ