เห็นส่วนเสี้ยวเล็กๆ ว่าชนเผ่าเทพสุริยันในอดีตแท้จริงแล้วแกร่งกล้าเกรียงไกรถึงเพียงไหน
“ชนเผ่าเทพสุริยันเมื่อล่มสลายไปแล้ว พวกเราเองก็จะต้องตายไปด้วย” ชิงหลินมีสีหน้าคล้ายโล่งใจ
จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง “ไฉนเป็นเช่นนี้เล่า?”
“พวกเราทั้งสี่ล้วนถูกฝังอาคมหวงห้ามเอาไว้ ชนเผ่าเทพสุริยันเมื่อล่มสลายลง ตามหลักการแล้วพวกเราสมควรร่วมกลบฝังไปเสียนานแล้วเพียงแต่วิหารเทพแห่งนี้ ในอดีตจู่ ๆ ก็ผนึกตัวลงอย่างกะทันหัน ปิดกั้นพลังจากโลกภายนอกทั้งมวล ดังนั้นปิดกั้นพลังที่จะมากระทบอาคมหวงห้ามในร่างของพวกเราด้วย บัดนี้เมื่อวิหารเทพกำลังจะเปิดออกอีกครั้ง ได้พบพานแสงสว่างแห่งทิวากาลอีกหน พลังของอาคมหวงห้ามภายในร่างของพวกเราจะไม่ถูกปิดกั้นอีกต่อไป”
สุ้มเสียงของบุรุษผมเขียวฟังดูปลอดโปร่งผ่อนคลาย เมื่อเห็นสีหน้าหวาดวิตกของจั่วม่อ ยังเป็นฝ่ายปลอบประโลมมันว่า “สำหรับพวกเรานี่เป็นการปลดปล่อยประการหนึ่ง วิหารเทพปิดตัวเองมานานปี เมื่อไม่มีพลังของสัญลักษณ์ศึก ผลข้างเคียงจากการปะทุของอาคมหวงห้ามทุกรอบสิบปี นับเป็นชะตากรรมอันเลวร้ายที่มีชีวิตอยู่มิสู้ตกตาย”
มันไม่ต้องการสนทนาถึงประเด็นนี้มากไปกว่านี้ ยามนั้นหันเหหัวเรื่องว่า “เจ้าเมื่อถือครองเมล็ดผลึกสุริยันติดตัว ตราบเท่าที่เจ้ามิได้เข้าไปในสถานที่อันตรายเกินไป ภายในวิหารเทพแห่งนี้สมควรไม่มีปัญหาใด ชนเผ่าเทพสุริยันในยุคสมัยนั้นพิชิตไปโดยไร้ผู้ต้าน ในวิหารเทพแห่ง