ป็นพร่าเลือนอย่างรวดเร็ว
มันเป็นใคร… …
ท่ามกลางความสงสัยสุดท้ายที่ติดค้างอยู่ในใจ จินตันปากกล้าผู้นั้นสูญสิ้นสติรับรู้ไปตลอดกาล
เหวยเสิ้งรั้งกระบี่กลับ หน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย ตวัดข้อมือดึงกระบี่ดำกลับหลังอย่างแช่มช้า ประหนึ่งว่ามันกำลังผลักกระบี่ดำให้กลับเข้าไปในฝักกระบี่ที่มองไม่เห็น
กระบี่เสียดสีจนบังเกิดสะเก็ดประกายแลบลั่นเป็นทางยาว!
รอจนมือของมันหยุดนิ่งลง กระบี่ดำพลันแผดเสียงคำรามกระหึ่มเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ!
ความมืดของรัตติกาลค่อย ๆ เลือนรางลงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งจางหายไป แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบร่างทุกผู้คนอีกครั้ง เพียงแต่ไม่มีผู้ใดรู้สึกถึงความอบอุ่นอีกเลย แม้แต่ในยามนี้ เจตจำนงกระบี่อันว่างเปล่าและรางเลือนยังบันดาลให้พวกมันไม่อาจซึมซับความอบอุ่นแม้แต่เส้นสายใยเดียว!
ไม่มีเจตนาฆ่าฟันอันคมกล้า ไม่มีความเย็นเยียบเสียดกระดูก แม้แต่ความว่างเปล่าก็เลือนรางจนยากจะพบเห็น สิ่งที่ตระการตาน่าดูชมมากที่สุด อาจมีเพียงม่านรัตติกาลที่จู่ ๆ ก็มาเยือน และท้องนภาที่กลาดเกลื่อนไปด้วยดวงดาวเท่านั้น!
หนึ่งกระบี่ของเหวยเสิ้ง ทำให้ในใจหลายคนบังเกิดความคิดล่าถอย!
เสียงคำรามอย่างไม่ยินยอมของกระบี่ดำยังบันดาลให้ผู้คนใจสั่นสะท้าน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าจินตันปากกล้าผู้นั้นตายอย่างไร ไม่มีผู้ใดทราบ ว่าเส้นโลหิตบางเฉียบที่พาดขวางลำคอของมันปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?
นี่เป็นหนึ่งกระบี่ที่