่ทั้งไร้เหตุผลและวางอำนาจเช่นนี้ โดยทั่วไปแล้วเหล่าต้าไม่ควรยอมกล้ากลืนฝืนทน! ไม่ว่าคนที่ถือกระบี่ดำจะร้ายกาจเพียงใด มันก็มีเพียงคนเดียว ไม่จำเป็นต้องกลัว!
มีแต่อาซิ่นที่สีหน้าเป็นปกติ มันไม่ได้รู้สึกประหลาดใจที่ผลสุดท้ายออกมาเป็นเช่นนี้
ขณะที่เวยลี่เทียนออกคำสั่งให้ล่าถอย เหลิ่งเวยก็สั่งการอย่างไม่ลังเลเช่นกัน “ไปกันเถอะ!”
เหลิ่งเสิ้งร้องถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ไป? พวกเราจะจากไปเช่นนี้หรือ?”
“หากเจ้าไม่อยากตาย ก็รีบมา!” เหลิ่งเวยกล่าวเบา ๆ
เหลิ่งเสิ้งกระโจนออกมา เค้นเสียงออกจากลำคอ “เหล่าต้า การกระทำเช่นนี้จะทำให้พวกเราดูขี้ขลาดตาขาว อีกฝ่ายเพียงแค่ขู่ขวัญคราเดียว แล้วพวกเราก็ลนลานหลบลี้หนีหน้า! ต่อไปเราจะอยู่กันอย่างไร!”
“เจ้าสามารถเอาชนะคนที่ถือกระบี่ดำได้หรือไม่?” เหลิ่งเวยหันกลับมาถามทันควัน
เหลิ่งเสิ้งชะงักกึก แต่ยังถกเถียงว่า “แม้ว่าข้าไม่สามารถเอาชนะมันแต่ยังรับมือได้สักระยะหนึ่ง”
เหลิ่งเวยจ้องมองมัน กล่าวแผ่วเบาว่า “ข้าก็ไม่มีปัญญาเอาชนะมันไม่เพียงแค่มันเท่านั้น หลวงจีนที่เราพบในเมืองวันนั้นก็มีพลังไม่ด้อยไปกว่าข้า”
“แล้วจะเป็นไร? เรามีกันตั้งหลายคน!”
“ลองดูประมุขเกาะผู้นั้น เจ้าก็ไม่ใช่คู่มือของมัน แล้วอย่าได้มองข้ามบุรุษสวมเกราะที่ยืนอยู่ข้างกายประมุขเกาะ เจ้าก็สู้มันไม่ได้” เหลิ่งเวยสุ้มเสียงไม่เกรงอกเกรงใจ “และกองพันของพวกมันยังไม่ได้ปรากฏตัวด้วยซ้า”
“ที่นี่มีจินตันอีก