มากมาย… ..”
“เจ้าที่แท้อยากเข้าไปในซากโบราณสถานหรือไม่?” เหลิ่งเวยขัดคอวาจาอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ของเหลิ่งเสิ้ง “หากยังต้องการเข้าไปในซากโบราณสถานก็อย่าได้ตอแยพวกมัน!“
จากนั้นกวาดตามองลูกน้องคนอื่น ๆ สำทับทิ้งท้าย “ผู้ที่ไม่ยอมจากไป ก็ไม่ต้องเข้าไปในซากโบราณสถานแล้ว”
คล้ายผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ทรายในนาฬิกาทรายไหลลงไปจนหมดสิ้น บนท้องฟ้าเกาะเต่าหลงเหลือเพียงยี่สิบกว่าจินตันเท่านั้น คนเหล่านี้ทระนงในพลังฝีมือของตน ไม่คิดหลบหน้าไป อย่างไรก็ตาม รอจนพวกมันพบว่าพวกมันหลงเหลือเพียงยี่สิบกว่าคน สีหน้าก็กลับกลายเป็นอัปลักษณ์สุดทนดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าสองกลุ่มที่ทรงพลังที่สุด เวยลี่เทียนกับเหลิ่งเวยก็ล้วนจากไปหมดสิ้น
“หมดเวลาแล้ว” จั่วม่อแสยะยิ้มให้แก่คนที่ยังเหลืออย่างเหี้ยมเกรียม
“ข้าก็อยากชมดูว่าผู้ใดจะกล้าลงมือ!” ซิวเจ่อผู้หนึ่งร้องตะโกนด้วยสีหน้าฮึกเหิม “ไม่ทราบท้องฟ้ากลับกลายเป็นของเกาะเต่าตั้งแต่เมื่อใด…”
“ตัวโง่งม!” จั่วม่อคำรามอย่างเย็นชา จากนั้นร่างหายวับไป
วู้ม วู้ม วู้ม!
แทบจะพร้อมเพรียงกัน ผู้คนฝ่ายจั่วม่อทั้งหมดร่างหายวับไป!
จินตันเหล่านี้นึกไม่ถึงว่าจั่วม่อกับพวกจะกล้าลงมือจริง ๆ แทบไม่ทันเตรียมตัวรับมือด้วยซ้า!
ไม่ใช่แค่เหวยเสิ้งคนเดียวที่พลังฝีมือรุดหน้า!
จงหยูนำกงล้อภาวนากากบาทออกมา แล้วหมุนกงล้อช้า ๆ ตัวอักขระพระสูตรสว่างจ้าลอยออกจากกงล้อภาวนา พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกันนั้