ี้เอง นักพรตอีกาไฟพลันผนึกมุทราร่ายเวทวิชา เปล่งเสียงตวาดกึกก้อง “ไป!”
เปลวไฟบนหน้าผากของอีกาไฟหยุดยั้งลงอย่างกะทันหัน ดวงตาถลึงจ้องอย่างดุร้าย ร่างเหินทะยานขึ้น พวกมันกางปีกที่เหมือนจะลุกโชนท่วมฟ้า ขนนกแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้น ลวดลายสีแดงสดบนขนนกกลับกลายเป็นเส้นสายสีแดงฉาน ผสานรวมอยู่ในเปลวไฟ เพิ่มพูนกลิ่นอายลี้ลับชั่วร้ายอีกส่วนหนึ่ง
ทันใดนั้นพวกมันพุ่งดิ่งลงมาอย่างเร่งร้อน!
ท้องนภาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแผดเผาในบัดดล!
วู้มวู้มวู้ม!
สามสิบอีกาเพลิงโลดลิ่วลงมาดุจลูกธนูหลุดจากแล่ง ลากหางเปลวไฟสีดำยาวเหยียด ราวกับกลุ่มดาวตกถล่มลงมาจากฟ้าสวรรค์!
เห็นได้ชัดว่าเหล่าอีกาเพลิงกำลังจะทะลวงผ่านค่ายกลเข้าไป ทันใดนั้นในค่ายกลบังเกิดแสงสีฟ้าครามวาบขึ้น
ม่านแสงสีฟ้าครามบางเบาคล้ายเปลือกไข่ จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน
อาซิ่นดวงตาสีเทาพลันปกคลุมด้วยชั้นหมอกสีเทา แทบหลุดปากร้องตะโกนออกมา เจ้าสิ่งนี้เอง!
มันเมื่อชมดูค่ายกลเมฆสายฟ้าหยินหยาง ก็ค้นพบการคงอยู่ของแสงสีฟ้าครามที่คล้ายมีคล้ายไม่มี จากนั้นจึงตั้งใจสังเกตแสงสีฟ้าครามที่อาจถูกมองข้ามได้อย่างง่ายดายเหล่านี้ และตัดสินได้อย่างรวดเร็วว่าเจ้าสิ่งนี้อันที่จริงเป็นค่ายกลที่ทรงพลังอำนาจยิ่ง แต่ชั้นแสงสีฟ้าครามเบาบางหายตัวไปทันควัน ราวกับว่าเป็นเพียงภาพลวงตาอย่างที่มันเคยพบเห็นมา
แต่อาซิ่นเชื่อมั่นในการประเมินของมัน รวมทั้งเชื่