ฝึกปรือระหว่างมันกับเหวยเสิ้ง ไม่ใช่ช่องว่างเล็กน้อยที่เพียงแค่สุดยอดท่าไม้ตายเพียงท่าสองท่า จะสามารถเปลี่ยนแปลงผลสุดท้ายได้หนิงอี้เร่งเร้าพลังปราณเข้าสู่ร่มอสุราภูตโลหิตอย่างไม่รีรอลังเล แสงสีเลือดขยายใหญ่ขึ้น กลิ่นคาวโลหิตในอากาศยิ่งรุนแรงน่าสำรอกกว่าเดิม แสงสีเลือดของร่มอสุราภูตโลหิตมีคุณสมบัติเป็นหยิน สามารถกัดกร่อนทำลายสรรพสิ่ง ถือเป็นพิษร้ายสำหรับยุทธภัณฑ์เวทกระบี่บินแทบทุกชนิด ยุทธภัณฑ์เวทที่เคยถูกทำลายใต้ร่มคันนี้ เกรงว่านับจำนวนไม่ถ้วนแล้วชั่วหนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ สามลมหายใจ … …เวลาเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชั่วสิบลมหายใจผ่านไปคล้ายเพียงพริบตา แต่กลับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแม้แต่น้อย! หนิงอี้สีหน้ากลายเป็นน่าเกลียดอยู่บ้าง ภายใต้พลังปราณด่านจินตันขั้นสามสุดยอดของมัน ลำแสงสีเลือดยิ่งมายิ่งหนาหนักกว้างใหญ่ ราวกับนํ้าตกโลหิตสายหนึ่ง! แต่ไม่ว่าแสงสีเลือดจะรุนแรงมากขึ้นเท่าใดกระบี่ดำก็ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย กระทั่งเหวยเสิ้งผู้สั่นเทาราวกับสามารถล้มควํ่าได้ทุกเมื่อ ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้!หนิงอี้ในใจบังเกิดสังหรณ์อัปมงคลขึ้น มันตกลงใจโจมตีอย่างสุดกำลัง เพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิด หากเป็ดที่ย่างจนสุกแล้วเกิดบินหนีไปต่อหน้า มันกระทั่งรํ่าไห้ก็สายเกินการณ์แล้วในเวลานี้เอง มันบังเอิญมองสบสายตาของเหวยเสิ้งพอดี อดตระหนกจนร่างแข็งทื่อไม่ได้เหวยเสิ้งดวงตาว่างเปล่าเวิ้งว้าง ไม่จดจ่อรวมรั้ง ไ